
Key Takeaway
ตั้งแต่กระแสรถยนต์ไฟฟ้าบูมขึ้นมาในบ้านเรา เชื่อว่าหลายคนที่ออกรถไปแล้วกำลังเจอกับเรื่องปวดหัวตอนต่อประกันปีที่ 2 หรือ 3 ใช่ไหม? เพราะเบี้ยประกันชั้น 1 ของรถ EV ค่อนข้างสูงเอาเรื่องเลยทีเดียว วันนี้เฮ้กู๊ดดี้เลยอยากพามารู้จักกับทางเลือกใหม่ที่กำลังมาแรงสุดๆ อย่างประกันรถไฟฟ้า 2+ ที่หลายคนบอกว่าช่วยเซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะมาก จะเป็นประกันแบบไหน คุ้มครองอะไรบ้าง? เรามาหาคำตอบกันเลย!

ประกันรถไฟฟ้า 2+ คือประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยจะให้ความคุ้มครองที่เกือบจะเทียบเท่าประกันชั้น 1 แต่แลกมากับเบี้ยประกันที่ถูกกว่ากันหลายพันบาท
จุดเด่นของประกันประเภทนี้คือ จะเน้นคุ้มครองเหตุการณ์หลักๆ ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การชนกับยานพาหนะทางบกด้วยกัน (รถชนรถ) รถหาย และรถไฟไหม้ ทั้งจากอุบัติเหตุหรือระบบตัวรถเอง ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าของรถ EV กังวลมากที่สุด แต่จะมีเงื่อนไขข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่คุ้มครองการชนแบบไม่มีคู่กรณี (เช่น ถอยชนกำแพง หินกระเด็นใส่) ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้เบี้ยประกันถูกลงนั่นเอง
หลายคนอาจจะคิดว่าเหมือนประกัน 2+ ของรถน้ำมันปกติ จริงๆ จะเหมือนในเชิงโครงสร้างมากกว่า แต่ต่างกันที่รายละเอียดความคุ้มครองเฉพาะทาง
เนื่องจากรถ EV มีชิ้นส่วนหลักที่สำคัญและแพงที่สุดคือ “แบตเตอรี่แรงดันสูง” (High Voltage Battery) (คิดเป็น 40-50% ของมูลค่ารถ) และมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบอินเวอร์เตอร์โดยเฉพาะ ในขณะที่รถทั่วไปจะเน้นชิ้นส่วนเครื่องยนต์และระบบเกียร์ ทำให้ประกันรถไฟฟ้า 2+ ต้องถูกออกแบบมาให้มีเงื่อนไขการดูแลชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เพิ่มเติมเข้าไปด้วย ซึ่งประกัน 2+ ของรถน้ำมันทั่วไปจะไม่มีความคุ้มครองในส่วนนี้

มาดูกันชัดๆ เลยว่า ถ้าตัดสินใจซื้อประกันรถยนต์ไฟฟ้า 2+ เราจะได้รับการดูแลในเรื่องอะไรบ้าง แบ่งออกเป็น 4 หมวดหลักๆ ตามนี้
ประกันจะซ่อมรถให้เรา (และซ่อมรถให้คู่กรณีถ้าเราเป็นฝ่ายผิด) แต่มีข้อแม้สำคัญคือ ต้องเป็นการชนกับยานพาหนะทางบก และสามารถแจ้งรายละเอียดคู่กรณีได้เท่านั้น (รู้ทะเบียน รู้ว่าชนกับใคร) ถ้าไปชนกระถางต้นไม้ ชนเสาไฟฟ้า หรือถูกชนแล้วหนีตามตัวไม่ได้ แบบนี้ประกัน 2+ จะไม่คุ้มครองนะ
เรื่องนี้คนใช้ EV อุ่นใจได้เลย! เพราะปัญหาไฟไหม้คือสิ่งที่หลายคนแอบกังวล ประกันรถยนต์ไฟฟ้า 2+ จะเข้ามาคุ้มครองความเสี่ยงตรงนี้ให้แบบจัดเต็ม รวมถึงกรณีเหตุไม่คาดฝันอย่างรถถูกโจรกรรม โดนขโมยหายไปทั้งคัน บริษัทประกันก็จะจ่ายเงินชดเชยให้ตามวงเงินทุนประกันที่ระบุไว้ ช่วยเซฟเงินก้อนโตได้เยอะ
คำถามยอดฮิตที่ว่า ประกันรถไฟฟ้าชั้น 2+ ครอบคลุมแบตเตอรี่ไหม? คำตอบคือครอบคลุม แต่จะครอบคลุมเฉพาะความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุรถชนรถ หรือไฟไหม้เท่านั้น และส่วนใหญ่บริษัทประกันจะมีเงื่อนไขการหักค่าเสื่อมราคาของแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งานด้วย (เช่น ปีแรกชดเชย 100% ปีที่สอง 90% ปีที่สาม 80% เป็นต้น)
นอกจากดูแลรถแล้ว ประกันยังพร้อมซัปพอร์ตค่ารักษาพยาบาลและค่าประกันตัวผู้ขับขี่ให้ด้วยนะ แถมยังคุ้มครองไปถึงความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่เราเผลอขับไปชน จ่ายเบี้ยชั้น 2+ แค่หลักพัน แต่ครอบคลุมการดูแลทั้งตัวเราและคนรอบข้างแบบจัดเต็มตามวงเงินในกรมธรรม์เลย คุ้มสุดๆ
ก่อนจะตัดสินใจโอนเงินจ่ายค่าเบี้ยประกัน เฮ้กู๊ดดี้แนะนำให้หยิบกรมธรรม์มาเช็ก 4 ข้อนี้ให้ชัวร์ก่อน

เพื่อให้เข้าใจตรงกันและไม่ดราม่าตอนเคลม นี่คือสิ่งที่ต้องจ่ายเองถ้าจะซื้อประกันรถ EV 2+
ถึงตรงนี้ หลายคนคงเริ่มประเมินตัวเองแล้วว่า ประกันรถไฟฟ้า 2+ เหมาะกับเราไหม? เฮ้กู๊ดดี้สรุปมาให้แล้วว่าประกันนี้เกิดมาเพื่อคนกลุ่มไหน

ถ้ายังลังเล ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ
สำหรับเรื่องราคาประกันรถไฟฟ้าชั้น 2+ จะขึ้นอยู่กับทุนประกันและยี่ห้อรถยนต์ด้วย แต่โดยเฉลี่ยแล้วในตลาดปัจจุบัน เบี้ยประกัน EV 2+ จะเริ่มต้นที่ประมาณ 9,000-15,000* บาทต่อปี (ในขณะที่ประกันชั้น 1 อาจจะพุ่งไปที่ 25,000-35,000* บาทขึ้นไป)
จะเห็นว่าส่วนต่างราคาเยอะมาก! ถ้าเรามั่นใจในฝีมือการขับขี่ การเปลี่ยนมาใช้ชั้น 2+ ก็ถือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลและสบายกระเป๋าขึ้นเยอะ
*หมายเหตุ ราคาเบี้ยประกันเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นของปี 2569 เท่านั้น ค่าเบี้ยจริงอาจต่างกันขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่นรถ ทุนประกันภัย ประวัติการขับขี่ และโปรโมชันของแต่ละบริษัท
ประกันรถไฟฟ้า 2+ ถือเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่อยากเซฟงบแต่ยังต้องการความคุ้มครองหลักๆ ที่อุ่นใจได้ โดยเฉพาะเรื่องรถชนรถ รถหาย และไฟไหม้ แถมยังหมดห่วงว่าแผนประกันรถไฟฟ้าชั้น 2+ จะครอบคลุมแบตเตอรี่ไหม เพราะเขาดูแลให้ตามเงื่อนไขอุบัติเหตุแน่นอน เพียงแต่เราต้องยอมรับข้อจำกัดเรื่องการชนแบบไม่มีคู่กรณีให้ได้
หากคิดว่าประกันรถ EV 2+ นั้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเงินในกระเป๋า สามารถเข้ามาเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อประกันรถยนต์ไฟฟ้า 2+ กับ heygoody ได้เลย เรามีแผนประกันจากบริษัทชั้นนำให้เลือกเพียบ ซื้อง่าย จ่ายสะดวก ให้เฮ้กู๊ดดี้ดูแลรถ EV คันโปรดของคุณนะ!
ซื้อผ่าน heygoody เคลมได้จริง จะติดต่อบริษัทประกันเพื่อเคลมเองก็ไม่มีปัญหา เคลมได้เหมือนซื้อตรงกับประกัน หรือจะปรึกษาแอดมิน heygoody เรื่องเตรียมเอกสารเคลม ช่วยติดตามเคลมก็ทักแชทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง LINE @heygoody
ส่วนใหญ่ไม่ต้องถ่ายรูปตรวจสภาพรถก่อนทำประกัน สามารถซื้อแล้วรับความคุ้มครองได้เลย
ทำได้ตั้งแต่รถป้ายแดงเลย แต่ส่วนใหญ่นิยมทำเมื่อรถอายุ 2-3 ปีขึ้นไป เพื่อลดภาระค่าเบี้ยประกัน
ส่วนใหญ่จะไม่คุ้มครองอุปกรณ์ที่บ้าน จะคุ้มครองเฉพาะตัวรถและอุปกรณ์ส่วนควบที่ติดมากับรถ (ต้องเช็กเงื่อนไขรายบริษัทอีกครั้ง)
ถ้าเปลี่ยนบริษัทอาจจะไม่ได้ส่วนลดประวัติดีต่อเนื่อง แต่ถ้ายืนยันทำกับบริษัทเดิม อาจนำประวัติดีมาเป็นส่วนลดได้ (ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท)
คุ้มครอง มีวงเงินดูแลค่ารักษาพยาบาลและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

บทความโดย
heygoody
เฮ้ กู๊ดดี้ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านโบรกเกอร์ประกันออนไลน์ มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์โบรกเกอร์ประกันภัยมากกว่า 10 ปี ภายใต้ เงินติดล้อ








