หน้าหลัก
สาระประกันดี
บทความไลฟ์สไตล์

เคล็ดลับกำหนดทุนประกันภัยที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับราคาที่แท้จริง

47 คน
แชร์
เคล็ดลับกำหนดทุนประกันภัยที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม

ถ้าเหล่ากู๊ดดี้เป็นคนหนึ่งที่อยากทำประกันภัยที่อยู่อาศัย หรือประกันภัยบ้าน แต่ยังติดที่ไม่รู้ว่าควรจะทำที่ทุนประกันภัยเท่าไหร่ดี? เลือกทุนประกันสูง ๆ ไปเลยดีมั้ย? เตรียมพับเก็บข้อสงสัย เพราะวันนี้ heygoody จะพาไปมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับทุนประกันภัยที่อยู่อาศัย พร้อมวิธีคำนวณทุนประกันภัยให้เหมาะสม และได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุด

ความสำคัญของทุนประกันภัยที่ไม่ควรมองข้าม

ทุนประกันคือ จำนวนเงินที่บริษัทประกันภัยจะจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัยหรือคนที่ทำประกัน เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับบ้านและทรัพย์สินตามเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ได้ทำไว้ อธิบายแบบง่าย ๆ ก็คือ เวลาเกิดความเสียหายขึ้น จะได้รับค่าสินไหมเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับทุนประกันภัยที่เราเลือกไว้ตั้งแต่ต้น

นอกจากนี้ทุนประกันภัยยังเกี่ยวข้องกับเบี้ยประกันโดยตรง ถ้าทุนประกันภัยสูง เบี้ยประกันก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางตรงกันข้าม ถ้าทุนประกันภัยต่ำ ก็จะมีค่าเบี้ยที่ย่อมเยากว่า แบบนี้ควรเลือกทุนประกันภัยต่ำ ๆ จะได้จ่ายเบี้ยประกันถูก ๆ ไปเลยดีกว่ามั้ย? คำตอบคือ ไม่ เพราะถ้าทุนประกันภัยน้อยเกินไป แม้ว่าจะทำให้เบี้ยถูก แต่อาจคุ้มครองไม่เพียงพอกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงก็ได้ ดังนั้นเหล่ากู๊ดดี้ต้องพิจารณาก่อนซื้อประกันว่า มีวงเงินครอบคลุมและเหมาะสมมั้ย เพื่อไม่ให้มีปัญหาเวลาเคลมประกันอัคคีภัยนั่นเอง

การกำหนดทุนประกันภัยที่อยู่อาศัย

การกำหนดทุนประกันภัยที่อยู่อาศัยแบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้

1. กำหนดทุนประกันภัยต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สิน (Under-Sum Insured)

เป็นการกำหนดทุนประกันภัย “ต่ำ” กว่ามูลค่าจริงของราคาสิ่งปลูกสร้างและราคาเฟอร์นิเจอร์ เมื่อเกิดเหตุเคลม จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนตามสัดส่วนที่ทำประกันไว้เท่านั้น

ยกตัวอย่าง มูลค่าบ้านและเฟอร์นิเจอร์ มีมูลค่าที่แท้จริง 2,000,000 บาท แต่ทำประกันโดยกำหนดทุนประกันไว้ที่ 1,200,000 บาท (60%) เมื่อเกิดเหตุเคลม จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน 60% ของมูลค่าความเสียหายทุกกรณี เช่น

  • มูลค่าความเสียหาย 2,000,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 1,200,000 บาท
  • มูลค่าความเสียหาย 1,200,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 720,000 บาท
  • มูลค่าความเสียหาย 100,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 60,000 บาท

2. กำหนดทุนประกันภัยสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สิน (Over-Sum Insured)

เป็นการกำหนดทุนประกันภัย “สูง” กว่ามูลค่าจริงของราคาสิ่งปลูกสร้างและราคาเฟอร์นิเจอร์ เมื่อเกิดเหตุเคลม จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนไม่เกินมูลค่าที่แท้จริง

ยกตัวอย่าง มูลค่าบ้านและเฟอร์นิเจอร์ มีมูลค่าที่แท้จริง 2,000,000 บาท แต่ทำประกันโดยกำหนดทุนประกันไว้ที่ 3,000,000 บาท เมื่อเกิดเหตุเคลม จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนตามมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง ไม่เกินไปกว่านี้ เช่น

  • มูลค่าความเสียหาย 2,000,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 2,000,000 บาท
  • มูลค่าความเสียหาย 1,000,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 1,000,000 บาท
  • มูลค่าความเสียหาย 100,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 100,000 บาท

จะเห็นได้ว่า ควรกำหนดทุนประกันภัยให้เหมาะสมกับมูลค่าที่แท้จริง เพราะถ้ากำหนดต่ำไป ค่าสินไหมที่ได้จะไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด แต่ถ้ากำหนดสูงไป นอกจากไม่ได้ความคุ้มครองใด ๆ เพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มมากขึ้นเกินความจำเป็นอีกด้วย

คำนวณทุนประกันภัยอย่างไรให้เหมาะกับราคาทรัพย์สิน?

เหล่ากู๊ดดี้สามารถคำนวณทุนประกันภัยให้เหมาะสมได้เองง่าย ๆ ตามขั้นตอนด้านล่างนี้เลย

1.คำนวณหา “พื้นที่ใช้สอย” จาก กว้าง*ยาว*จำนวนชั้น*จำนวนหลัง

2.คำนวณหา “มูลค่าที่อยู่อาศัยที่แท้จริง” จาก พื้นที่ใช้สอย*ราคาต่อตารางเมตร ถ้าไม่รู้ราคาต่อตารางเมตร สามารถใช้ตารางนี้เพื่อคำนวณได้

ลักษณะสิ่งปลูกสร้างราคาประเมินมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมฐานราก)(บาท/ตารางเมตร)
สิ่งปลูกสร้างราคาขั้นต่ำราคาขั้นสูง
บ้าน/ ทาวเฮ้าส์บ้านเดี่ยว/ บ้านแฝด/ ทาวเฮ้าส์12,00019,000
คอนโด/ อพาร์ทเม้นท์ น้อยกว่า 10 ชั้นห้องชุดในอาคารชุดพักอาศัย น้อยกว่า 10 ชั้น11,00018,000
คอนโด/ อพาร์ทเม้นท์ มากกว่า 10 ชั้นห้องชุดในอาคารชุดพักอาศัย มากกว่า 10 ชั้น19,00026,000
ตึกแถว/ อาคารพาณิชย์ตึกแถว/ อาคารพาณิชย์10,00015,000

3.กำหนด “มูลค่าทรัพย์สิน” ภายในสิ่งปลูกสร้าง

4.ทุนประกันภัย จะเท่ากับ “มูลค่าที่อยู่อาศัยที่แท้จริง” + “มูลค่าทรัพย์สิน”

เคล็ดลับเลือกซื้อประกันภัยที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับเรา

รู้วิธีคำนวณทุนประกันภัยคร่าว ๆ แล้ว สเต็ปต่อไปคือ มองหาประกันภัยที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับเรา แล้วจะเลือกยังไงดี? heygoody มีเคล็ดลับมาบอก

เงื่อนไขความคุ้มครอง

อันดับแรกต้องพิจารณาเงื่อนไขความคุ้มครองว่า คุ้มครองอะไรบ้าง? ตรงกับความต้องการมั้ย? โดยทั่วไปประกันภัยที่อยู่อาศัยมักจะคุ้มครองภัยหลัก ๆ ได้แก่ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด ภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นลมพายุ แผ่นดินไหว ลูกเห็บ น้ำท่วม ภัยจากอากาศยานหรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน ไปจนถึงอุบัติเหตุต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไฟฟ้าลัดวงจร

แต่ถ้าบ้านเรามีความเสี่ยงอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากความคุ้มครองพื้นฐาน ก็สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น heygoody เชื่อว่าเหล่ากู๊ดดี้จะเข้าใจบ้านของตัวเองดีกว่าใคร ดังนั้นเลือกช้อยส์ความคุ้มครองที่เหมาะกับบ้านเรามากที่สุด จะได้ไม่ต้องเสียค่าเบี้ยประกันเพิ่มโดยไม่จำเป็นนะ

ระยะเวลาคุ้มครอง

ระยะเวลาคุ้มครองยาว เบี้ยประกันยิ่งถูกลงนะรู้ยัง?  มือใหม่อาจยังไม่รู้ว่า ประกันระยะเวลาคุ้มครอง 2 ปี จะคิดค่าเบี้ยประกัน 175% ของเบี้ยประกันปีแรก ในขณะที่ระยะเวลาคุ้มครอง 3 ปี จะคิดค่าเบี้ยประกัน 250% ของเบี้ยประกันปีแรก

สมมุติทำประกันระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี อัตราเบี้ยประกัน 100% ถ้าทำแบบต่ออายุปีต่อปี ผ่านไป 3 ปี จะจ่ายค่าเบี้ยประกัน 300% แต่ถ้าทำ 2 ปี จะจ่ายค่าเบี้ยประกันแค่ 175% และถ้าทำ 3 ปี จะจ่ายค่าเบี้ยประกันแค่ 250% จาก 300% เท่ากับว่า ประหยัดเบี้ยประกันต่อปีได้เกือบ 17% เลยทีเดียว ดังนั้นใครอยากได้ค่าเบี้ยประกันถูกลง แนะนำว่าควรทำประกันระยะยาว 2 ปี หรือ 3 ปี

ทุนประกันภัยไม่ควรต่ำกว่า 70%

ทุนประกันอัคคีภัยที่เหมาะสมไม่ควรต่ำกว่า 70% ของมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง เพื่อให้ครอบคลุมค่าเสียหายส่วนใหญ่ได้ เช่น มูลค่าที่แท้จริง 2,000,000 บาท ควรทำทุนประกันที่ 70-100% ของมูลค่าที่แท้จริง หรือเท่ากับ 1,400,000-2,000,000 บาท ถ้าเกิดอุบัติภัยที่มีความเสียหายทั้งหมด บริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามมูลค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

ทุนประกันภัยไม่ควรต่ำกว่า 70%

ถ้าทำประกันกับ heygoody โดยกำหนดทุนไม่ต่ำกว่า 70% ของมูลค่าที่แท้จริง บริษัทจะชดใช้ให้ตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง (แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย) ยกตัวอย่าง

มูลค่าบ้านและเฟอร์นิเจอร์ มีมูลค่าที่แท้จริง 2,000,000 บาท แต่ทำประกันโดยกำหนดทุนประกันไว้ที่ 1,400,000 บาท (70%) เมื่อเกิดเหตุเคลม จะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนตามกรณีต่าง ๆ ดังนี้

  • มูลค่าความเสียหาย 2,000,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 1,400,000 บาท
  • มูลค่าความเสียหาย 1,400,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 1,400,000 บาท
  • มูลค่าความเสียหาย 100,000 บาท จะได้รับค่าสินไหม 100,000 บาท

เลือกโบรกเกอร์หรือบริษัทที่เชื่อถือได้

โบรกเกอร์ หรือบริษัทประกันที่น่าเชื่อถือจะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ว่า จะได้รับการบริการที่ดี พร้อมช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน นอกจากนี้การเคลมง่ายและรวดเร็ว ก็เป็นอีกเหตุผลที่เหล่ากู๊ดดี้ไม่ควรมองข้าม ถ้าโบรกเกอร์ หรือบริษัทประกันเจ้าไหนมีครบตามเช็คลิสต์ ก็เตรียมฝากฝังบ้านแสนรักที่เป็นทรัพย์สินมีค่าไว้ในมือได้เลย

เคล็ดลับเลือกซื้อประกันภัยที่อยู่อาศัย

คุ้มครองบ้านแสนรัก ด้วยประกันภัยที่อยู่อาศัยจาก heygoody

หวังว่าข้อมูลข้างต้น จะเป็นแนวทางให้เหล่ากู๊ดดี้สามารถกำหนดทุนประกันภัยที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมได้ สิ่งสำคัญคือ ทำแบบพอดี พิจารณาเบี้ยประกันควบคู่กับทุนประกัน ไม่กำหนดทุนประกันสูง แล้วต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันปีละมาก ๆ จนสุดท้ายส่งไม่ไหว หรือกำหนดทุนประกันภัยต่ำ แล้วได้ค่าสินไหมไม่เพียงพอ สุดท้ายนี้ ถ้าเหล่ากู๊ดดี้ยังไม่มีตัวเลือกประกันที่ใช่ ให้ heygoody เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด! เรารวบรวมประกันภัยที่อยู่อาศัยจากบริษัทประกันชั้นนำเอาไว้ให้แล้ว แวะมาเลือกซื้อที่เว็บไซต์ heygoody ได้ตลอด 24 ชม.

ที่มา : DDproperty และ SET

แชร์
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
แชร์
แชร์
chevron-down