หน้าหลัก
สาระประกันดี
บทความไลฟ์สไตล์

ทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุให้พ่อและแม่มีประโยชน์ยังไง

53 คน
แชร์
ทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุให้พ่อและแม่มีประโยชน์ยังไง

เมื่อพ่อแม่เข้าช่วงวัยสูงอายุ โรคภัยไข้เจ็บตามวัยก็เริ่มถามหา ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลบ่อย ๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ของคนวัยนี้ คงหนีไม่พ้นค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ จึงเป็นตัวช่วยเตรียมความพร้อมทางการเงินและสุขภาพในอนาคตที่ลูกหลานไม่ควรมองข้าม

ผู้สูงอายุเริ่มนับตั้งแต่อายุเท่าไหร่

เริ่มนับตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป ช่วงวัยนี้ผู้สูงอายุเริ่มเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ลูกหลานต้องดูแลเอาใจใส่สุขภาพแบบจริงจัง ถ้าไม่เริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ โรคภัยถามหาแน่นอน

ความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ

ความเสี่ยงด้านสุขภาพของผู้สูงอายุแบ่งเป็น 2 กลุ่ม

  • กลุ่มโรคสามัญทั่วไป เป็นได้แม้ยังไม่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น
  • กลุ่มโรคที่เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุ เกิดจากการทำงานของอวัยวะเสื่อมถอยลง เช่น โรคข้อเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ โรคต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม ปัญหาสุขภาพการฟัง เป็นต้น

ประโยชน์ของประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

อีกหนึ่งปัญหาที่ลูกหลานหลายคนมักมองข้าม แต่พบบ่อยในผู้สูงอายุ คือปัญหาสุขภาพจิต เพราะเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณอายุ บทบาททางสังคมเริ่มลดลง จากเคยทำงาน พบปะผู้คนมาทั้งชีวิต ก็เริ่มมีเวลาว่าง ไม่ได้พบปะสมาคมเพื่อนฝูง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ เช่น หงุดหงิดง่าย เครียด วิตกกังวล ขี้โมโห น้อยใจ หรือบางคนอาจมีภาวะโรคซึมเศร้าแอบแฝงอยู่แบบไม่รู้ตัว

ประโยชน์ของประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

เห็นความเสี่ยงด้านสุขภาพแล้ว แต่ยังลังเลอยู่ว่าควรซื้อประกันให้พ่อแม่ดีมั้ย ลองมาดูประโยชน์ของประกันสุขภาพผู้สูงอายุ เผื่อจะทำให้เหล่ากู๊ดดี้ตัดสินใจง่ายขึ้น! 

  • เกษียณได้อย่างสบายใจ

ยิ่งอายุมาก ความเสี่ยงด้านสุขภาพยิ่งสูง คงไม่ดีแน่ถ้าเงินเก็บทั้งชีวิต ต้องหมดไปกับค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก หรือบางคนอาจจ่ายไม่พอด้วยซ้ำ แต่ถ้ามีประกันสุขภาพก็หมดห่วงไปได้เลย เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าพยาบาล ได้คุ้มครองสุขภาพแบบไม่กระทบเงินเก็บ

  • ลดภาระให้กับคนรอบข้าง 

ค่ารักษาพยาบาลทุกวันนี้สูงลิ่ว โดยเฉพาะถ้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชน เรียกว่าเห็นตัวเลขแล้วไม่อยากเจ็บป่วยกันเลย แต่ถ้ามีประกันสุขภาพติดตัว จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว ไม่ต้องปวดหัวกับค่ารักษาพยาบาล ไม่ต้องเตรียมเงินสำรองก้อนใหญ่ แถมยังทำให้พ่อแม่ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลานอีกด้วย 

  • ลดหย่อนภาษีได้

รู้มั้ยว่านอกจากประโยชน์จากการดูแลค่ารักษาพยาบาลแล้ว ประกันสุขภาพยังสามารถลดหย่อนภาษีให้กับผู้ซื้อประกันอีกด้วย พูดง่าย ๆ คือ เหล่ากู๊ดดี้สามารถเอาเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายให้ทั้งพ่อและแม่ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

โดยลดหย่อนได้จริงคนละไม่เกิน 15,000 บาท แปลว่า ถ้าซื้อประกันสุขภาพให้ทั้งพ่อและแม่ สามารถลดหย่อนประกันของพ่อได้สูงสุด 15,000 บาท และลดหย่อนประกันของแม่ได้สูงสุด 15,000 บาท ถ้าแบ่งกันจ่ายเบี้ยประกันกับพี่น้อง ก็หารเฉลี่ยเบี้ยประกันเท่า ๆ กัน

  • ซื้อความสบายใจ

มีประกันสุขภาพเอาไว้แต่ไม่ได้ใช้ ยังดีกว่าถึงเวลาต้องใช้ แต่ดันไม่มี! ดังนั้นซื้อประกันก็เหมือนซื้อความสบายใจ ต่อให้ไม่ได้ใช้ เหล่ากู๊ดดี้ก็อุ่นใจว่าพ่อแม่มีสุขภาพดี

ความคุ้มครองของประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

ถ้าพูดถึงประกันสุขภาพผู้สูงอายุ อาจนึกถึงความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย แต่จริง ๆ แล้ว ประกันสุขภาพผู้สูงอายุให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายถึง 7 อย่าง เหมือนประกันสุขภาพทั่วไป ตามนี้เลย 

  1. ค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว ได้แก่ ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการทั่วไป และค่าใช้จ่ายกรณีเข้ารักษาฉุกเฉิน
  2. ค่าใช้จ่ายจากการผ่าตัด 
  3. ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการให้แพทย์มาดูแล (ค่าแพทย์เข้าเยี่ยม)
  4. ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD)
  5. ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
  6. ค่าใช้จ่ายจากการรักษาฟัน
  7. การชดเชยค่าใช้จ่าย

เทคนิคเลือกซื้อประกันสุขภาพให้เหมาะกับพ่อแม่ของเรา 

ซื้อประกันสุขภาพให้ตัวเอง หรือซื้อให้พ่อแม่ ปัญหายอดฮิต คือไม่รู้ว่าต้องซื้อแบบไหนดี เพราะทุกวันนี้หลายบริษัทมีประกันสุขภาพให้เลือกมากมาย แต่ไม่ต้องกังวลไป  heygoody มาแชร์เทคนิคเลือกซื้อประกันสุขภาพว่าเลือกยังไงให้เหมาะกับพ่อแม่เราที่สุด

1. ความคุ้มครอง

อันดับแรกต้องอ่านกรมธรรม์ให้แน่ใจว่า เนื้อหาระบุความคุ้มครองอะไรไว้บ้าง เช่น คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลส่วนไหนบ้าง ครอบคลุมโรคร้ายแรงอะไรบ้าง วงเงินประกันกี่บาท เป็นต้น โดยพิจารณาแผนความคุ้มครองควบคู่กับปัญหาสุขภาพของพ่อและแม่ เพื่อให้ความคุ้มครองมีประสิทธิภาพสูงสุด

2. ราคาเบี้ยประกัน 

เบี้ยประกันสุขภาพผู้สูงอายุสูงกว่าประกันสุขภาพของหนุ่มสาว ดังนั้นแนะนำให้เลือกเบี้ยประกันที่จ่ายไหว ไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นบริษัทประกันหลายเจ้าก็มีตัวเลือกให้จ่ายเบี้ยได้ถูกลง โดยการจ่ายเบี้ยแบบมีความรับผิดชอบส่วนแรก และการจ่ายเบี้ยแบบมีส่วนร่วมจ่าย ซึ่งอาจช่วยลดค่าเบี้ยได้หลายบาทเลยทีเดียว 

3. อายุผู้เอาประกัน

สนใจแผนประกันตัวไหน อย่าลืมเช็คให้ชัวร์ว่า สามารถซื้อประกันได้ถึงอายุเท่าไหร่ มีระยะเวลาคุ้มครองถึงอายุเท่าไหร่ ตรงนี้ช่วยให้วางแผนการเงินด้านค่ารักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น 

สำหรับเหล่ากู๊ดดี้ที่มีกำลังทรัพย์ แนะนำให้ทำประกันสุขภาพให้พ่อแม่ ตั้งแต่ท่านอายุ 50 ปี เพราะหากรอให้อายุมากขึ้น นอกจากตัวเลือกประกันจะน้อยแล้ว อาจเกิดโรคแทรกซ้อน ทำให้ได้รับความคุ้มครองไม่ครอบคลุม ดังนั้นยิ่งทำประกันให้พ่อแม่เร็วเท่าไหร่ ยิ่งคุ้มกว่า

4. โรงพยาบาลในเครือ

ควรเลือกประกันสุขภาพที่มีโรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือหากมีโรงพยาบาลในเครือหลายแห่งยิ่งดี เพราะโรคภัยไข้เจ็บในผู้สูงอายุเกิดขึ้นได้แบบไม่ทันตั้งตัว ถ้าสามารถใช้สิทธิ์ในโรงพยาบาลใกล้บ้าน จะได้ส่งรักษาทันที

อุ่นใจวัยเกษียณด้วยประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

อุ่นใจวัยเกษียณด้วยประกันสุขภาพผู้สูงอายุ

อ่านมาถึงตรงนี้ เหล่ากู๊ดดี้คงคลายข้อสงสัยว่า ทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุให้พ่อและแม่มีประโยชน์ยังไง ไปบ้างแล้ว และหวังว่าเทคนิคดี ๆ ข้างต้น จะช่วยให้เลือกแผนประกันได้เหมาะสมกับทั้งพ่อแม่และตัวเองมากที่สุด แต่ถ้ายังไม่รู้จะเลือกประกันสุขภาพที่ไหนดี heygoody ขอแนะนำ ประกันเหมาจ่ายแบบเสริม ประกันสุขภาพไม่ต้องตรวจสุขภาพ มีตัวเลือกความรับผิดชอบส่วนแรก เบี้ยประกันถูกลง มั่นใจได้ว่าเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน พ่อและแม่จะได้รับการรักษาอย่างดี โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลอีกต่อไป

ที่มา : ไทยรัฐ กรมสรรพากร และ กรุงศรี

แชร์
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
แชร์
แชร์
chevron-down