
Key Takeaway
สายเที่ยวเตรียมเฮ! ได้เวลาแพ็กกระเป๋าออกไปชาร์จแบตร่างกายฉบับสบายกระเป๋ากันแล้ว เพราะโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 คือมาตรการรัฐกระตุ้นท่องเที่ยวแบบร่วมจ่าย รัฐออกค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาท และแจกคูปอง 500 บาท จำนวนจำกัด 500,000 สิทธิ์ บอกเลยว่าคุ้มสองต่อ
บทความนี้สรุปทุกเรื่องที่ต้องรู้ ทั้งเงื่อนไข วิธีลงทะเบียน และทริกเด็ดกดรับสิทธิ์ให้ทันก่อนใคร เตรียมปักหมุดจุดหมายโปรด แล้วตามไปเช็กลิสต์เปลี่ยนวันหยุดธรรมดาให้กลายเป็นทริปสุดฟินกันเลย!
โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 คือมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศจากภาครัฐ ที่จัดทำขึ้นเพื่อชวนคนไทยออกไปเที่ยว ปักหมุดเช็กอินทั่วประเทศ เพื่อช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ และหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน
ส่วนสำคัญของโครงการนี้มาในรูปแบบ “โค-เพย์เมนต์” (Co-payment) หรือระบบ “ร่วมจ่าย”
ข้อควรรู้ รายละเอียดและเงื่อนไขโครงการทั้งหมดในขณะนี้ยังเป็นเพียงกรอบแนวคิดเบื้องต้น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ หากผ่านความเห็นชอบ คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โปรดรอติดตามประกาศเงื่อนไขและวันเปิดรับสิทธิ์ที่ชัดเจนอีกครั้ง

จากข้อมูลข่าวล่าสุด คาดว่าเปิดจองสิทธิ์ในไตรมาส 4 ปี 2569 เพื่อเตรียมต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงปลายปี ทั้งนี้รายละเอียดวันและเวลาที่แน่นอน ยังต้องรอการสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐอีกครั้ง
เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสคุ้มๆ สายเที่ยวควรปักหมุดคอยเช็กลิสต์ Timeline สำคัญนี้ไว้ได้เลย!
Tip! สิทธิ์มีจำนวนจำกัดเพียง 500,000 สิทธิ์เท่านั้น แนะนำให้ดาวน์โหลดและอัปเดตแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมยืนยันตัวตนล่วงหน้าไว้ให้พร้อม พอระบบเปิดเมื่อไรจะได้กดรับสิทธิ์ได้เลย (ดาวน์โหลด App Store หรือ Google Play)

มาดูเงื่อนไขสำคัญที่สายเที่ยวต้องรู้กันไว้ก่อน จะได้เตรียมตัววางแผนทริปล่วงหน้าได้ไม่มีพลาด!
สำหรับเรื่องเงินซัปพอร์ต ตามข้อมูลข่าวล่าสุดมีเงื่อนไขเบื้องต้นที่คาดว่าจะออกมาตรการมาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายดังนี้ (ข้อมูลนี้เป็นเพียงการคาดการณ์ ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง)
เบื้องต้นมีการพูดถึงการนำสิทธิ์ไปใช้เป็นส่วนลดค่าโรงแรมและบริการท่องเที่ยว แต่แนะนำว่าอย่าเพิ่งตีความว่าครอบคลุมทุกบริการ ลองมาแยกดูว่ามีแนวโน้มจะใช้ทำอะไรได้บ้าง และอะไรที่ต้องเช็กให้ชัวร์
หากอิงจากมาตรการรัฐในอดีตที่ผ่านมา คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการเบื้องต้นที่คาดว่าต้องเตรียมตัวให้พร้อม ได้แก่
เพื่อให้การใช้งานโปร่งใสและราบรื่น โครงการ Co-payment แบบนี้เลยมาพร้อมเงื่อนไขการใช้จ่ายดังนี้

เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสคุ้มๆ และสามารถกดรับสิทธิ์ได้แบบฉลุยเมื่อถึงเวลาเปิดระบบ ลองมาดูแนวทางที่ควรเตรียมตัวล่วงหน้ากันไว้ก่อนเลย ซึ่งคาดว่าขั้นตอนเบื้องต้นต่อไปนี้ จะช่วยให้พร้อมปักหมุดทริปได้ทันทีแบบไม่มีสะดุด
เกาะติดข่าวสารจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงข่าวสารจากผู้ให้บริการท่องเที่ยว เพื่ออัปเดตวัน เวลา และเงื่อนไขล่าสุดที่คาดว่าจะประกาศออกมา
ตรวจสอบบัตรประชาชนว่ายังไม่หมดอายุ พร้อมเตรียมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขหลังบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้งานปัจจุบัน และอีเมลให้พร้อมสำหรับการกรอกข้อมูล
คาดว่าจะมีการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันหลักอย่างเป๋าตัง แนะนำให้ดาวน์โหลด อัปเดตเวอร์ชันล่าสุด และยืนยันตัวตน (สแกนใบหน้า) ไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอในวันเปิดลงทะเบียนจริง
เมื่อภาครัฐเริ่มเปิดรายชื่อผู้ประกอบการ ให้ลองเข้าไปเช็กรายชื่อโรงแรม ที่พัก หรือแพ็กเกจท่องเที่ยวที่เล็งไว้ว่าเข้าร่วมโครงการไหม จะได้มีตัวเลือกสำรองไว้ในใจ
ลองเช็กราคาห้องพักจากหลายๆ ช่องทาง ทั้งกับทางโรงแรมและผ่านเอเจนต์ท่องเที่ยว เพื่อดูว่าการใช้สิทธิ์ส่วนลดของโครงการคุ้มไหม
เนื่องจากทริปท่องเที่ยวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ควรศึกษานโยบายของแต่ละที่พักให้ดีว่า หากจองผ่านสิทธิ์โครงการแล้ว สามารถเลื่อนวันเข้าพักได้ไหม หรือมีเงื่อนไขการคืนเงินยังไงบ้าง
อย่าลืมว่าโครงการนี้เป็นรูปแบบโค-เพย์เมนต์ (Co-payment) หรือร่วมจ่าย จึงควรคำนวณและเตรียมเงินในส่วนที่ต้องชำระเอง (เช่น ค่าห้องพักอีก 50% หรือค่าเดินทาง) ไว้ในบัญชีหรือระบบชำระเงินให้พร้อม
ตามลักษณะทริปหรือกิจกรรมที่วางแผนไว้ การมีประกันเดินทางในประเทศติดไว้ จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจ ครอบคลุมทั้งกรณีอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือเหตุไม่คาดคิดระหว่างเดินทาง ให้เที่ยวได้อย่างสบายใจตลอดทริป
หากใครเคยใช้สิทธิ์โครงการรัฐอย่าง “เราเที่ยวด้วยกัน” หรือ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ในช่วงที่ผ่านมา น่าจะคุ้นเคยกับระบบโค-เพย์เมนต์ (Co-payment) ดี ซึ่งโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง 2569 (หรือในชื่อใหม่ว่า ไทยเที่ยวไทยพลัส) ถือเป็นโมเดลที่มีแนวคิดตั้งต้นใกล้เคียงกับโครงการในอดีต
จุดที่คล้ายกันในเชิงแนวคิด
จุดที่ต้องรอประกาศรายละเอียดเพิ่มเติม

หลายคนอาจมองว่าการเที่ยวในประเทศสบายๆ ไม่น่าจะมีอะไรน่าห่วง เพราะคุ้นเคยทั้งภาษาและเส้นทางดีอยู่แล้ว แต่ขึ้นชื่อว่าการเดินทาง เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุระหว่างทาง อาการเจ็บป่วยกะทันหันจากอากาศหรืออาหารการกิน หรือแม้แต่เรื่องสัมภาระ การพกประกันเดินทางในประเทศติดทริปไว้ด้วย จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเซฟความอุ่นใจราคาเบาๆ แต่ช่วยให้เราเที่ยวได้เต็มที่ไร้กังวล
ประกันเดินทางในประเทศช่วยดูแลเรื่องอะไรได้บ้าง?
Tip! ก่อนออกเดินทาง ลองใช้เวลาสั้นๆ เปรียบเทียบแผนประกันเดินทางในประเทศให้เหมาะกับสไตล์ทริปของคุณ เช่น ถ้าเป็นสายแอดเวนเจอร์ชอบลุย หรือสายคาเฟ่ชิลๆ การเลือกความคุ้มครองที่ตรงจุดจะช่วยให้ได้ความคุ้มค่าและอุ่นใจตลอดการเดินทาง
โครงการไทยเที่ยวไทยพลัสเหมาะสุดๆ สำหรับคนที่อยากออกไปเที่ยวไทย และอยากวางแผนงบให้คุ้มค่า! แต่เนื่องจากรายละเอียดยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ แนะนำให้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจจอง พร้อมเตรียมทั้งเอกสาร บัตรประชาชน และงบส่วนที่ต้องร่วมจ่ายไว้ให้พร้อม
สำหรับคนที่กำลังวางแผนใช้สิทธิ์โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 การเตรียมแค่ที่พักและงบเที่ยวอาจยังไม่พอ เพราะควรดูเรื่องความคุ้มครองระหว่างเดินทางด้วย heygoody เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้เปรียบเทียบประกันเดินทางในประเทศ ได้ง่ายขึ้น ทั้งความคุ้มครอง ราคา เงื่อนไข และข้อยกเว้น เพื่อเลือกแผนที่เหมาะกับรูปแบบทริปของตัวเอง เที่ยวได้อุ่นใจไร้กังวลทุกเส้นทาง!
ซื้อผ่าน heygoody เคลมได้จริง จะติดต่อบริษัทประกันเพื่อเคลมเองก็ไม่มีปัญหา เคลมได้เหมือนซื้อตรงกับประกัน หรือจะปรึกษาแอดมิน heygoody เรื่องเตรียมเอกสารเคลม ช่วยติดตามเคลมก็ทักแชทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง LINE @heygoody
ไทยเที่ยวไทยพลัสเป็นโครงการรัฐบาลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนลดหลัก 50% จะเน้นใช้กับค่าห้องพัก แต่ตามข้อมูลเบื้องต้นคาดว่าจะมีคูปองดิจิทัล (E-coupon) 500 บาทเพิ่มให้ นำไปใช้ชำระค่าอาหาร เครื่องดื่ม กิจกรรมท่องเที่ยว หรือค่าบริการเดินทางกับผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้
เบื้องต้นมีแนวคิดเปิดให้ใช้สิทธิ์ครอบคลุมได้ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกระจายการท่องเที่ยวไปยังทั้งเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงใช้เดินทางได้ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ทั้งนี้ต้องรอประกาศขอบเขตพื้นที่ฉบับสมบูรณ์จากภาครัฐอีกครั้ง
ตามข้อมูลข่าวล่าสุดคาดว่า ประชาชน 1 คน จะสามารถกดรับสิทธิ์ได้สูงสุด 5 สิทธิ์ (โดย 1 สิทธิ์เทียบเท่ากับการเข้าพัก 1 ห้องต่อ 1 คืน) แต่เนื่องจากโควตารวมทั้งโครงการมีจำกัดเพียง 500,000 สิทธิ์ จึงควรเตรียมตัวกดให้ทันตั้งแต่เปิดระบบ
ควรเช็กว่าโรงแรมที่เล็งไว้เข้าร่วมโครงการไหม เปรียบเทียบราคาก่อนจอง อ่านนโยบายการยกเลิกหรือเปลี่ยนวันเข้าพัก และอัปเดตแอปพลิเคชันเป๋าตัง พร้อมยืนยันตัวตนล่วงหน้า รวมถึงเตรียมงบส่วนที่ต้องจ่ายเองให้พร้อมด้วย
โดยทั่วไปโครงการรัฐมักไม่สามารถใช้ซ้อนกับโปรโมชันส่วนลดอื่นๆ ของโรงแรมได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดที่ภาครัฐจะประกาศ และนโยบายของผู้ประกอบการแต่ละแห่ง แนะนำให้สอบถามและเช็กรายละเอียดตรงกับทางโรงแรมก่อนทำรายการชำระเงิน

บทความโดย
heygoody
เฮ้ กู๊ดดี้ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านโบรกเกอร์ประกันออนไลน์ มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์โบรกเกอร์ประกันภัยมากกว่า 10 ปี ภายใต้ เงินติดล้อ








