
Key Takeaway
ขับรถ EV ไม่ได้มีแค่เรื่องตัวรถหรือแบตเตอรี่ เพราะสายชาร์จและแท่นชาร์จเป็นสิ่งที่เราต้องใช้งานกันแทบทุกวัน แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือไฟฟ้าลัดวงจรจนอุปกรณ์พังขึ้นมา ประกันที่มีอยู่จะช่วยดูแลส่วนนี้ไหม?
ประกัน EV บางแผนดูแลให้ แต่ก็ไม่ได้เหมาคุ้มครองทุกชิ้นโดยอัตโนมัติ เพราะต้องดูทั้งนิยาม วงเงิน และสาเหตุความเสียหายประกอบด้วย เรื่องนี้เจ้าของรถไฟฟ้าต้องรู้! สายชาร์จ EV และ Wall Charger อาจไม่ได้คุ้มครองเหมือนกันทุกแผน เช็กความคุ้มครองและข้อยกเว้นก่อนเลือกประกันรถยนต์ไฟฟ้า จะได้ไม่เสียเงินก้อนโดยไม่ตั้งใจ

ขับรถไฟฟ้า เรื่องระบบชาร์จถือว่าสำคัญมาก แต่รู้ไหมว่าอุปกรณ์ชาร์จรถไฟฟ้าแต่ละชิ้นไม่ได้มีสถานะความคุ้มครองในกรมธรรม์เหมือนกันเสมอไป แถมปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. ได้มีแบบเอกสารแนบท้ายความเสียหายต่อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลออกมาโดยเฉพาะ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนซื้อประกัน EV ต้องเช็กให้ดีว่าแผนของเราคุ้มครองครอบคลุมถึงอุปกรณ์ชาร์จด้วยไหม
หลายคนชอบเรียกสลับกัน แต่ในทางประกันภัยไม่ควรใช้แทนกันนะ!
หัวชาร์จหลักๆ ในไทยที่พบได้บ่อย ได้แก่ Type 2 สำหรับชาร์จไฟกระแสสลับ AC ตามบ้านหรือตู้ทั่วไป และ CCS2 สำหรับชาร์จเร็ว DC Fast Charge ตามสถานีชาร์จสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีหัว CHAdeMO ที่พบในรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่น รวมถึง Portable Charger หรือชุดสายชาร์จฉุกเฉินแบบพกพาที่ใช้เสียบกับปลั๊กบ้านชั่วคราวด้วย

ความเสียหายลักษณะนี้มักเกิดจากเหตุไม่คาดคิด เช่น รถถอยไปชนเครื่องชาร์จ สายชาร์จโดนทับ หรือเกิดแรงกระแทกระหว่างใช้งานจนหัวชาร์จแตกหักเสียหาย ซึ่งกรณีอุบัติเหตุภายนอก อุปกรณ์อาจชำรุดทันที แต่จะได้รับการคุ้มครองไหม ต้องขึ้นอยู่กับนิยามและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์แต่ละฉบับเป็นหลัก
อาการยอดฮิตคือ ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟกระชาก หรือกระแสไฟผิดปกติ เข้ามาทำลายระบบวงจรภายในสายชาร์จจนพังเสียหาย ซึ่งต้องแยกจากการเสื่อมสภาพตามปกติ หรือความชำรุดจากตัวอุปกรณ์เองตั้งแต่แรก ถ้าเกิดเหตุทางไฟฟ้าขึ้นมา จะเคลมประกันได้ไหม ต้องดูข้อกำหนดและเงื่อนไขเฉพาะในกรมธรรม์ที่ถืออยู่ด้วย
สภาพอากาศบ้านเราเดาใจยาก บางทีเจอน้ำท่วมฉับพลัน ฟ้าผ่า หรือพายุฝนฟ้าคะนอง จนน้ำซึมเข้าตู้ชาร์จและสายชาร์จกลางแจ้ง ทำให้ระบบช็อตเสียหายได้ง่ายๆ ซึ่งเหตุจากภัยธรรมชาตินี้ เป็นเรื่องที่คนใช้รถ EV กังวลกันมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกกรมธรรม์จะคุ้มครองทุกกรณี จึงต้องเช็กเงื่อนไขให้ดีก่อน
อยากเช็กเพิ่ม อ่านบทความประกันรถ EV น้ำท่วมได้เลย
สายชาร์จที่ถอดเสียบทุกวันจนเสื่อมสภาพไปตามเวลา เช่น สายกรอบ หัวชาร์จหลวม หรือวงจรพังเพราะหมดอายุการใช้งาน ต้องบอกเลยว่ากรณีนี้มีความหมายต่างจากอุบัติเหตุเลย ประกันส่วนใหญ่มีข้อยกเว้นไม่รับเคลมจากการใช้งานปกติ การเช็กสาเหตุและข้อยกเว้นในกรมธรรม์จึงสำคัญมากก่อนสรุปว่าเคลมได้ไหม

อย่าพึ่งชะล่าใจว่าทำ ประกันรถ EV ชั้น 1 แล้วสายชาร์จจะได้รับความคุ้มครองอัตโนมัติ ต้องเช็กดูก่อนว่ากรมธรรม์หรือเอกสารแนบท้ายกำหนดความคุ้มครองเครื่องชาร์จไว้ยังไง แม้ตามหลักเอกสาร คปภ. จะมีนิยาม “เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” ที่ครอบคลุมทั้งเครื่องชาร์จส่วนบุคคลและสาธารณะ รวมถึงสายชาร์จที่ติดมากับตัวเครื่อง แต่ขอบเขตความคุ้มครองที่เราได้จริงยังต้องอิงตามกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายของแผนนั้น
(รายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด)
สายชาร์จประเภทนี้มักติดมากับตัวเครื่องชาร์จตั้งแต่แรก อาจอยู่ในนิยามของเครื่องชาร์จตามแบบประกันที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งสำคัญคือต้องเช็กดูว่า แผนที่เลือกซื้อนั้นมีความคุ้มครองหมวดเครื่องชาร์จระบุอยู่ไหม เพราะถ้าแผนหลักไม่ได้ใส่ส่วนนี้ไว้ สายชาร์จก็อาจจะไม่ได้รับความคุ้มครองเลย
ปัจจุบัน คปภ. มีเอกสารแนบท้าย ความเสียหายต่อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (ร.ย.ฟ.05) ออกมาโดยเฉพาะ สำหรับคนที่มี Wall Charger ติดตั้งไว้ที่บ้าน จึงควรเปิดเช็กหน้าตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายว่ามีส่วนนี้แนบมาด้วยไหม เพื่อจะได้มั่นใจว่าแท่นชาร์จที่บ้านจะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขจริงๆ
ถ้าซื้อสายชาร์จพกพาหรืออุปกรณ์เสริมแยกต่างหากทีหลัง อย่าเพิ่งสรุปว่าคุ้มครองให้อัตโนมัตินะ แนะนำให้ลองถามบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ตรงๆ ไปเลยว่า “สายหรืออุปกรณ์ชิ้นนี้ถือเป็นเครื่องชาร์จตามกรมธรรม์ไหม และมีวงเงินเท่าไร?” จะได้คำตอบชัวร์ๆ และไม่พลาดสิทธิประโยชน์ความคุ้มครอง
ไม่จำเป็นต้องรีบควักกระเป๋าซื้อความคุ้มครองเพิ่มในทุกกรณี! ทางที่ดีคือกลับไปเช็กกรมธรรม์เดิมที่มีอยู่ก่อน ว่าได้รวมความคุ้มครองเครื่องชาร์จหรือสายชาร์จไว้แล้วหรือยัง ถ้ากรมธรรม์ที่มีอยู่เดิมครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้งานดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อเพิ่มให้ซ้ำซ้อน
ถ้าเช็กแล้วพบว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองอยู่ ให้เปิดเอกสารตรวจ 4 เรื่องสำคัญนี้ทันที ได้แก่ วงเงินความคุ้มครอง อุปกรณ์ที่รับประกัน สาเหตุที่คุ้มครอง และข้อยกเว้น ถ้าเงื่อนไขและวงเงินตรงกับความต้องการและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้อยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มให้สิ้นเปลือง
ถ้าเปิดตารางกรมธรรม์ดูแล้วพบว่าไม่ได้ครอบคลุมอุปกรณ์ชาร์จรถไฟฟ้าเลย แนะนำให้ลองสอบถามบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ตรงๆ ว่ามีความคุ้มครองเพิ่มเติม หรือมีแบบประกันอื่นที่รวมอุปกรณ์นี้ไหม เพื่อที่จะได้เลือกแผนที่ตอบโจทย์การใช้งานและสร้างความอุ่นใจให้กับเราได้มากกว่า
ควรมองควบคู่กันไปนะ เพราะ Warranty กับประกันภัยทำหน้าที่คนละแบบกัน การประกันจากผู้ผลิต (Warranty) จะเน้นดูแลข้อบกพร่องตัวสินค้าตามเงื่อนไขแบรนด์ ขณะที่ประกันภัย (Insurance) จะคุ้มครองความเสียหายจากภัยหรืออุบัติเหตุตามกรมธรรม์ ซึ่งรายละเอียด Warranty ของแต่ละค่ายก็ต่างกันด้วย
เวลาเลือกประกัน ให้ลองถามบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ให้เคลียร์ไปเลยว่า สายชาร์จ Portable Charger หรือ Wall Charger ที่เราใช้งานอยู่จริง จัดอยู่ในนิยามความคุ้มครองของกรมธรรม์ฉบับนั้นไหม เพราะอุปกรณ์แต่ละชิ้นมีสถานะไม่เหมือนกัน การเช็กให้ชัวร์ตั้งแต่แรกจะช่วยให้เราไม่งงเวลาต้องแจ้งเคลมจริง
อย่ามองแค่มีติ๊กถูกว่า “มีความคุ้มครอง” แล้วจบนะ แต่ต้องดูวงเงินต่อครั้งหรือต่อปีด้วย อย่างบนหน้าเว็บ heygoody จะเห็นเลยว่าประกัน EV แต่ละบริษัทให้วงเงิน Wall Charger และสายชาร์จไม่เท่ากัน การนำรายละเอียดมาเปรียบเทียบกันตรงๆ จะช่วยให้เราได้แผนที่คุ้มค่าและตอบโจทย์จริงๆ
ความเสียหายไม่ได้เคลมได้ทุกกรณี จึงต้องดูว่ากรมธรรม์คุ้มครองจากสาเหตุไหนบ้าง เช่น อุบัติเหตุเฉี่ยวชน ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม หรือภัยไฟฟ้าลัดวงจร การรู้ขอบเขตสาเหตุที่รับเคลมล่วงหน้า จะช่วยให้เรารู้วิธีรับมือและระมัดระวังในการใช้งานอุปกรณ์ชาร์จในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
จุดนี้หลายคนมักมองข้ามไปจนน่าเสียดาย! อย่าลืมพลิกอ่านหมวดข้อยกเว้นไม่รับเคลมด้วย โดยเฉพาะเรื่อง การเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน การดัดแปลงอุปกรณ์ หรือการใช้งานผิดวิธี เพราะถ้าความเสียหายเกิดจากสาเหตุเหล่านี้ ประกันจะไม่จ่าย การอ่านข้อยกเว้นไว้ก่อนจะช่วยป้องกันการเข้าใจผิดทีหลัง
ถึงเรื่องสายชาร์จจะสำคัญ แต่อย่าเลือกประกันภัยจากสายชาร์จแค่จุดเดียว แนะนำให้พิจารณาภาพรวมความคุ้มครองควบคู่กันไปทั้งหมด ตั้งแต่แบตเตอรี่ ตัวรถ เครื่องชาร์จ สายชาร์จ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้ได้แผนประกันที่คุ้มครองดูแลครบในทุกมิติ
สายชาร์จ EV เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเวลาซื้อประกันรถยนต์ไฟฟ้า แต่ก็ไม่ควรเหมารวมว่าสายหรือเครื่องชาร์จทุกชิ้นจะได้รับความคุ้มครองเหมือนกันหมดในทุกกรมธรรม์ ก่อนเลือกประกันทุกครั้ง ให้จดเช็กลิสต์สั้นๆ นี้ไว้เช็กเสมอ สายอะไร เป็นอุปกรณ์ของใคร กรมธรรม์ระบุไหม วงเงินเท่าไร คุ้มครองจากเหตุอะไร และมีข้อยกเว้นอะไร การเช็กให้ละเอียดตั้งแต่แรกจะช่วยให้ได้ความคุ้มครองที่ตรงกับการใช้งานจริง และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแอบแฝงทีหลัง
ถ้าอ่านเงื่อนไขแล้วเริ่มรู้สึกว่า EV มีของให้เช็กเยอะกว่าที่คิด ลองเปรียบเทียบประกันรถยนต์ไฟฟ้ากับ heygoody เพื่อดูความคุ้มครองแบตเตอรี่ Wall Charger สายชาร์จ และรายละเอียดของแต่ละแผนก่อนตัดสินใจ เพื่อเลือกแผนที่ตรงใจและขับขี่ได้อย่างอุ่นใจกับ heygoody เพื่อดูความคุ้มครองแบตเตอรี่ Wall Charger สายชาร์จ และรายละเอียดของแต่ละแผนก่อนตัดสินใจ เพื่อเลือกแผนที่ตรงใจและขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ
ซื้อผ่าน heygoody เคลมได้จริง จะติดต่อบริษัทประกันเพื่อเคลมเองก็ไม่มีปัญหา เคลมได้เหมือนซื้อตรงกับประกัน หรือจะปรึกษาแอดมิน heygoody เรื่องเตรียมเอกสารเคลม ช่วยติดตามเคลมก็ทักแชทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง LINE @heygoody
ชาร์จได้ แต่ไม่แนะนำให้ทำประจำ เพราะการชาร์จเร็วแบบ DC Fast Charge จะปล่อยความร้อนสูง ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้น ควรชาร์จไฟ AC เป็นหลัก แล้วใช้ DC เฉพาะตอนเดินทางไกลหรือเร่งรีบเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
ชาร์จทุกวันได้เลย แค่รักษาช่วงแบตเตอรี่ให้อยู่ระหว่าง 20% ถึง 80% สำหรับใช้งานประจำวัน (หรือ 100% สำหรับแบตเตอรี่ LFP) การเสียบชาร์จสม่ำเสมอช่วยป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงจนเสื่อมสภาพ
ต้องแจ้งการไฟฟ้า ถ้าอยากเพิ่มขนาดมิเตอร์หรือขอมิเตอร์ที่ 2 (TOU) เพื่อให้ MEA หรือ PEA เข้ามาตรวจความปลอดภัยระบบไฟในบ้าน และควรแจ้งนิติบุคคลหมู่บ้านหรือคอนโดล่วงหน้าด้วย
ต่างกันที่ความเร็วและรูปแบบไฟ โดย AC (กระแสสลับ) คือการชาร์จปกติที่บ้านผ่านตัวแปลงในรถ ส่วน DC (กระแสตรง) คือการชาร์จเร็วตามสถานีที่ยิงไฟเข้าแบตเตอรี่โดยตรงโดยไม่ผ่านตัวแปลง
ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ทั้งตู้ชาร์จ Wallbox และสายชาร์จพกพาจะจ่ายไฟ AC เข้าตัวรถ แล้วให้ On-board Charger ในรถแปลงเป็นไฟกระแสตรง (DC) เข้าแบตเตอรี่ ซึ่งปลอดภัยและประหยัด

บทความโดย
heygoody
เฮ้ กู๊ดดี้ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านโบรกเกอร์ประกันออนไลน์ มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์โบรกเกอร์ประกันภัยมากกว่า 10 ปี ภายใต้ เงินติดล้อ








