← กลับ

9 รถไฟฟ้ารุ่นใหม่เข้าไทยปี 2026 มีรุ่นไหนบ้าง? เลือกยี่ห้อไหนดี

3647 คน
แชร์
9 รถไฟฟ้ารุ่นใหม่เข้าไทยปี 2026 มีรุ่นไหนบ้าง? เลือกยี่ห้อไหนดี

Key Takeaway

  • ปี 2026 นี้รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ขนกันมาเพียบ แถมเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบความปลอดภัยก็จัดเต็มขึ้นกว่าเดิมเยอะ 
  • กลุ่ม City EV เน้นคล่องตัว ใครชอบรถไซซ์กะทัดรัด ขับในเมืองง่าย ที่จอดรถไม่ต้องแย่งใคร ต้องเล็งรุ่นอย่าง Dolphin Mini, MG4 Electric หรือ Chery QQ 2026 ไว้เลย
  • กลุ่ม Sedan สายสปอร์ต สำหรับเหล่ากู๊ดดี้ที่เน้นดีไซน์โฉบเฉี่ยวและสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจ Xpeng P7+ คือตัวท็อปที่น่าสนใจมากในปีนี้
  • กลุ่ม SUV / Crossover สายลุย ขยับมาที่รถอเนกประสงค์ที่ขนของได้เยอะและนั่งสบาย มีตัวเลือกเพียบทั้ง Denza B5 2026, OMODA 4 2026, BYD Ti7 2026, Deepal S03 หรือ Sealion 7 บอกเลยว่ากลุ่มนี้แข่งกันเดือดสุดๆ
  • กลุ่ม MPV สำหรับครอบครัว บ้านไหนสมาชิกเยอะ ต้องมองหา Wuling Starlight EV หรือกลุ่ม MPV-VAN 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อความสบายของทุกคนในบ้าน

ไม่กี่ปีมานี้รถไฟฟ้าล้วน (BEV) กลายเป็นตัวเลือกหลักของคนไทย และในปี 2026 นี้ภาพก็ยิ่งชัดขึ้นเมื่อกองทัพรถไฟฟ้ารุ่นใหม่เข้าไทยพร้อมกันทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่รถเล็ก City EV, Sedan, SUV ไปจนถึงรถครอบครัว MPV 7 ที่นั่ง จากค่ายยักษ์ใหญ่ที่จัดเต็มทั้งแบตเตอรี่อึดขึ้น วิ่งไกลกว่าเดิม และฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

2026 ยังเป็นปีที่น่าจับตามองเรื่องโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เปลี่ยนเกณฑ์ให้รถ EV ภาษีต่ำสุดแค่ 2% ควบคู่กับการเดินหน้ามาตรการ EV 3.5 ส่งเสริมการผลิตในประเทศมากขึ้น บทความนี้เฮ้กู๊ดดี้จะพาไปส่องภาพรวมตลาดรถไฟฟ้าในไทย ให้เหล่ากู๊ดดี้ตัดสินใจง่ายขึ้นในยุคที่ EV ไม่ใช่ของใหม่อีกต่อไป รถรุ่นไหนคุ้มค่าและตอบโจทย์ชีวิตเราที่สุด ไปดูกัน!

แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าในไทยปี 2026

แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า 2026 กำลังเร่งเครื่องแรงแบบฉุดไม่อยู่ เพราะตอนนี้ EV ไม่ใช่แค่กระแสพักค่าย แต่กลายเป็นตัวเลือกหลักที่คนใช้รถมั่นใจกันแล้ว ค่ายรถทั่วโลกพากันขนรถไฟฟ้าเข้ามาให้เลือกเยอะแยะ แถมมีสถานีชาร์จคอยซัปพอร์ตตามเส้นทางหลักทั่วเมืองใหญ่ให้เราขับไปไหนมาไหนได้ชิลล์ๆ

จุดเปลี่ยนสำคัญคือมาตรการ EV 3.5 ที่ช่วยอัดฉีดเงินอุดหนุนและลดภาษี อย่างรถราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ที่มีแบตเตอรี่ 50 kWh ขึ้นไป ก็ยังมีเงินช่วยซัปพอร์ตให้ถึง 50,000 บาทเลย ทำให้ราคารถหน้าโชว์รูมดูเป็นมิตรและจับต้องง่ายกว่าเดิมเยอะมาก

แถมรถ EV ปี 2026 ก็ไม่ได้มาเล่นๆ นะ เพราะเทคโนโลยีแบตเตอรี่พัฒนาไปไกลมาก วิ่งอึดขึ้น ชาร์จไวทันใจ และจัดการความร้อนได้ดี มาพร้อมระบบความปลอดภัยและซอฟต์แวร์ช่วยขับที่ฉลาดสุดๆ อัปเดตผ่านออนไลน์ได้ตลอดเวลา ทำให้ภาพรวมตลาด EV ปีนี้เน้นใช้งานจริงและคุ้มค่าด้วย   

9 รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเข้าไทยปี 2026

ปี 2026 นี้บอกเลยว่าโชว์รูมรถไฟฟ้าในไทยจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะค่ายรถทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่เตรียมส่ง BEV ฟังก์ชันแน่นมาบุกตลาดแบบจัดเต็ม ใครที่กำลังเล็งรถคันแรก หรืออยากเปลี่ยนมาใช้ EV จริงจัง ต้องไม่พลาด! ไม่ว่าจะเป็นสายลุยเมือง เน้นขับง่าย สายครอบครัว พื้นที่จุกๆ หรือสายหรู ดีไซน์ทันสมัย

กลุ่มรถไฟฟ้า Compact / City EV

กลุ่มรถไฟฟ้า Compact / City EV

รถกลุ่มนี้เกิดมาเพื่อคนเมืองที่เบื่อรถติด อยากโบกมือลาค่าน้ำมันแพงๆ เหมาะสำหรับสายขับไป-กลับที่ทำงาน เน้นความคล่องตัว หาที่จอดง่าย ราคาเข้าถึงง่าย ผ่อนต่อเดือนพอกับรถน้ำมัน แต่ค่าไฟต่อกิโลเมตรถูกกว่า เซฟเงินในกระเป๋าได้ระยะยาว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดในห้างหรือคอนโด เพราะไซซ์กะทัดรัดขับไปไหนก็ชิลล์ แถมตอนนี้สถานีชาร์จตามออฟฟิศและที่พักก็มีรองรับเยอะแล้วด้วย

1. Dolphin Mini 

  • จุดเด่นนวัตกรรม ถึงจะตัวเล็กแต่ใช้ Blade Battery ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอึดเหมือนรุ่นพี่ BYD Seagull เลย แถมยังจัดเต็มระบบช่วยขับทั้งเบรกอัตโนมัติและกล้องรอบคันมาให้แบบคุ้มเกินราคา
  • ราคาโดยประมาณ คาดการณ์ราคาเข้าไทยประมาณ 300,000-500,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสเปกและภาษี) วางตัวมาให้ถูกกว่า Dolphin เพื่อเจาะกลุ่มคนอยากลอง EV คันแรก หรือจะเอาไว้เป็นรถคันที่สองของบ้านก็เหมาะ
  • แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง มีให้เลือกทั้งขนาด 30 และ 38 kWh วิ่งได้ไกล 305-405 กม. ตามมาตรฐาน CLTC แต่ถ้าขับจริงในเมืองจะอยู่ที่ประมาณ 250-320 กม. 
  • การชาร์จไฟ รองรับชาร์จ AC 6.6 kW ประมาณ 4-6 ชั่วโมงจากเกือบหมดถึงเต็ม และรุ่นแบต 38 kWh รองรับชาร์จเร็ว DC 30-40 kW แค่ 30 นาที ได้ไฟคืนมา 30-80% แล้ว 
  • การใช้งานจริง ด้วยขนาดที่กะทัดรัด ทำให้เลี้ยวง่าย จอดในซอยแคบหรือห้างสรรพสินค้าได้ชิลล์ๆ เหมาะกับคนที่วิ่งวันละ 80-100 กม. ชาร์จทีกินยาวได้หลายวันแบบไม่ต้องเข้าสถานีบ่อยๆ

2. MG4 Electric 

  • จุดเด่นนวัตกรรม แฮตช์แบ็กไฟฟ้าขับหลังรุ่นนี้ใช้แพลตฟอร์ม NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM โดยเฉพาะ ชูคอนเซปต์ขับสนุก ช่วงล่างแน่นเป๊ะ แถมจัดฟีเจอร์ความปลอดภัยช่วยขับมาให้แบบครบๆ ในกลุ่มราคาที่ใกล้เคียงกัน
  • ราคาโดยประมาณ สำหรับรุ่น Standard Range (51 kWh) ราคาในไทยอยู่ที่ประมาณ 710,000 บาท ส่วนรุ่น Long Range (64 kWh) ประมาณ 860,000 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและโปรโมชันเด็ดๆ ในแต่ละช่วงด้วยนะ
  • แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง มีให้เลือกทั้งแบตขนาด 51 kWh และ 64 kWh ระยะทางขับขี่เคลมได้สูงสุดประมาณ 425-540 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐานการทดสอบและรุ่นย่อย) จะวิ่งใกล้หรือไกลก็เอาอยู่
  • การชาร์จไฟ ชาร์จไฟบ้านผ่าน Wallbox (AC) ประมาณ 6.6-7 kW ใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง หรือถ้าแวะชาร์จเร็ว (DC) ก็รองรับสูงสุดถึง 135-140 kW ชาร์จจาก 10-80% ได้ในเวลาแค่ 25-30 นาทีเท่านั้น
  • การใช้งานจริง ขนาดตัวรถและมุมเลี้ยวออกแบบมาให้ใช้ง่ายคล่องตัวในเมือง แต่ก็มีพลังเหลือเฟือสำหรับวิ่งต่างจังหวัด ด้วยระยะทางวิ่งต่อชาร์จที่เกิน 300 กม. ทำให้ขับเที่ยวได้ 1-2 วันสบายๆ แบบไม่ต้องแวะชาร์จบ่อย เหมาะกับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าขับสนุกและใช้งานประจำวันดีๆ

3. Chery QQ 2026

  • จุดเด่นนวัตกรรม กลับมาคราวนี้ชุบชีวิตตำนาน “QQ” ในร่าง EV เต็มตัว ใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าใหม่อย่าง QQ3 EV / eQ1 บนแพลตฟอร์ม T12 ดีไซน์ 5 ประตู ทรงโค้งมนน่ารักสุดๆ แต่สัดส่วนจริงจังระดับ B-Segment ที่ดูใกล้เคียง BYD Dolphin มากกว่าจะเป็นแค่มินิคาร์จิ๋วทั่วไป
  • ราคาโดยประมาณ QQ EV ที่จะบุกไทยปี 2026 คาดว่าจะเปิดราคามาไม่เกิน 600,000 บาท ถ้าเทียบกับราคาในจีนบวกกับโครงการสนับสนุน EV ในไทย ก็มีลุ้นกดราคาให้ต่ำกว่าคู่แข่งเจ้าอื่นๆ ในตลาด
  • แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง ตระกูล QQ Ice Cream และ eQ1 ใช้แบต LFP ขนาดประมาณ 25-40 kWh วิ่งได้ไกล 220-408 กม. (ตามมาตรฐาน CLTC/NEDC) ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย จะใช้ขับในเมืองชิลล์ๆ หรือไปทริปใกล้ๆ ก็เอาอยู่ สบายมาก
  • การชาร์จไฟ รุ่นใหม่รองรับทั้งชาร์จช้า AC ที่บ้าน และชาร์จเร็ว DC โดยสเปก Fast Charge จากจีนทำเวลาได้ 30-40 นาที (จาก 30-80%) ส่วนชาร์จ AC ก็ใช้เวลา 5-8 ชั่วโมง
  • การใช้งานจริง ถึงตัวจะเล็กแต่เลี้ยวง่ายจอดสบายสุดๆ ห้องโดยสารนั่งได้ 4 คน พร้อมฟีเจอร์สมาร์ตค็อกพิทและระบบช่วยขับพื้นฐาน เหมาะมากสำหรับเหล่ากู๊ดดี้ที่หา EV คันแรกหรือรถคันที่สองใช้ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

กลุ่มรถไฟฟ้า Sedan

กลุ่มรถไฟฟ้า Sedan

กลุ่มรถไฟฟ้า Sedan ทางเลือกสำหรับเหล่ากู๊ดดี้ที่ใช้รถทุกวัน หรือบ้านไหนที่มีสมาชิกไม่เยอะแต่อยากได้รถคันเดียวจบ นั่งสบายกว่ารถเล็ก คล่องตัวกว่า SUV ฟีลลิงการขับที่เหนือกว่า ได้ช่วงล่างนุ่มนวล เก็บเสียงได้ ปี 2026 นี้ค่ายรถอัปเกรดทั้งแรงม้าและซอฟต์แวร์ให้ล้ำสุดๆ แถมยังอัปเดตแบบ OTA ได้ตลอด รถเลยดูใหม่ ใช้คุ้มยาวๆ ไม่ตกรุ่น ระยะทางวิ่งสะใจแตะ 500 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ข้ามจังหวัดสบายๆ ไม่ต้องแวะบ่อย

4. Xpeng P7+

  • จุดเด่นนวัตกรรม ซีดานไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เน้นสมองมากพอๆ กับมอเตอร์ มาพร้อมชิป Turing AI ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติขั้นสูง และแพลตฟอร์มแบตเตอรี่ 800V รองรับชาร์จเร็ว 5C ชาร์จ 10-80% แค่ประมาณ 12-20 นาทีในบางรุ่น
  • ราคาโดยประมาณ รุ่น P7+ BEV ในจีนเปิดราคา 186,800-209,800 หยวน หรือประมาณ 800,000-850,000 บาทไทย ส่วนรุ่น Ultra Long Range / EREV ที่เพิ่งเปิดตัว 2026 ได้ข่าวว่าราคาเริ่มต้น 840,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีและค่าขนส่งถ้ามาไทยนะ)
  • แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง รุ่น BEV จัดแบต LFP มาให้ 60-76 kWh วิ่งได้ไกลสุด 702-820 กม. (มาตรฐาน CLTC) หรือประมาณ 550 กม. (มาตรฐานยุโรป) ส่วนรุ่น EREV ปี 2026 วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 430 กม. และถ้าใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟช่วย จะวิ่งได้ไกลรวมสูงสุดถึง 1,550 กม. เลย
  • การชาร์จไฟ ด้วยแพลตฟอร์ม 800V ทำให้ชาร์จเร็ว DC ได้สูงสุดระดับ 5C เติมไฟจาก 10-80% ในเวลาแค่ 11-20 นาที (บนหัวชาร์จ 350 kW ขึ้นไป) ส่วนชาร์จ AC ที่บ้านผ่าน Wallbox ก็รองรับ 11-22 kW ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมงจากเกือบหมดจนเต็ม
  • การใช้งานจริง ตัวถังยาวเกือบ 5 เมตร ให้อารมณ์ซีดานหรู นั่งสบายและเงียบกริบ จะขับไปต่างจังหวัดบ่อยๆ ก็หายห่วงด้วยระยะทาง 500-700 กม. ต่อชาร์จ หรือจะใช้เป็นรถครอบครัวและรถผู้บริหารในเมืองก็ลงตัวสุดๆ ด้วย UI อัจฉริยะที่ช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

กลุ่มรถไฟฟ้า SUV / Crossover

กลุ่มรถไฟฟ้า SUV / Crossover

กลุ่ม SUV EV ปี 2026 ตอบโจทย์สายแบกและคนรักครอบครัว เพราะดีไซน์ใหม่สวยแถมภายในโปร่งนั่งสบายพร้อมลุยทุกถนนด้วยช่วงล่างที่นุ่มนวลกว่าเดิม อัปเกรดแบตเตอรี่ให้วิ่งไกลสะใจ พร้อมฟีเจอร์เด็ดอย่าง V2L ที่เปลี่ยนรถเป็นพาวเวอร์แบงค์ยักษ์และระบบความปลอดภัย ADAS จัดเต็มคันเดียวเอาอยู่แน่นอน 

5. Denza B5 2026

  • จุดเด่นนวัตกรรม SUV ปลั๊กอินไฮบริด (DM‑O) สายลุยที่ใช้แพลตฟอร์ม BYD กับ Denza เน้น “หรู ออฟโรด ระยะทางไกล” มาพร้อมมอเตอร์คู่ 4WD กำลังรวม 400-505 kW แรงบิด 760 Nm ทำ 0-100 กม. ต่อชม. ได้ประมาณ 4.8 วินาที แต่ยังวิ่งไกลได้กว่า 1,000 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • ราคาโดยประมาณ ข้อมูลพรีเซลบอกว่าเวอร์ชันประกอบในไทยราคาไม่เกิน 1,800,000 บาท ส่วนราคาในออสเตรเลียเปิดมาประมาณ 70,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,600,000-1,700,000 บาท) ขึ้นกับรุ่นย่อย
  • แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง ใช้ Blade Battery (LFP) ขนาด 31.8 kWh วิ่งโหมดไฟฟ้าล้วนได้ 90-125 กม. (มาตรฐาน WLTC/CLTC) เพียงพอสำหรับการใช้ในเมืองแบบไม่ต้องง้อน้ำมัน ส่วนโหมดไฮบริดวิ่งยาวๆ ได้ 850-1,200 กม. ต่อถัง ขึ้นอยู่กับมาตรฐานทดสอบ
  • การชาร์จไฟ รองรับชาร์จ AC สูงสุด 11 kW ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงก็เต็มร้อย หรือจะใช้ DC Fast Charge 100 kW ก็ชาร์จจาก 25-80% ได้ในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง แถมยังมีฟังก์ชัน V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้ เหมาะกับเหล่ากู๊ดดี้สายแคมป์ปิงมาก
  • การใช้งานจริง ตัวรถขนาดใกล้เคียง Prado ห้องโดยสารจัดเต็มทั้งจอ 15.6 นิ้ว เบาะนวด และช่วงล่างถุงลม DiSus-P ที่ปรับระดับอัตโนมัติ จะใช้เป็น SUV ครอบครัวหรูหรือลุยออฟโรดก็เอาอยู่ วันธรรมดาขับรถไฟฟ้าไปทำงาน วันหยุดสลับโหมดไฮบริดออกทริปได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จ

6. OMODA 4 2026

  • จุดเด่นนวัตกรรม ครอสโอเวอร์ไซส์คอมแพ็กต์ที่ดีไซน์สปอร์ตจัดเต็ม ใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ OMODA C5 แต่อัปเกรดภายในให้ล้ำขึ้นไปอีก มีให้เลือกครบทั้งเบนซิน ไฮบริด PHEV และเวอร์ชันไฟฟ้า 100% ตอบโจทย์ทุกสาย
  • ราคาโดยประมาณ สื่อไทยประเมินว่าเวอร์ชัน BEV หรือไฮบริดที่จะเข้าไทยอาจเปิดราคาที่ 500,000-800,000 บาท เพื่อท้าชนกลุ่มอีโคคาร์ B-SUV  แถมมีข่าวลือว่าราคาอาจเริ่มต้นไม่ไกลจากครึ่งล้านปลายๆ ซึ่งถือว่าเร้าใจมากสำหรับตลาดไทย
  • แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง แม้ยังไม่มีตัวเลขทางการของ OMODA 4 EV แต่คาดว่าจะใช้ชุดมอเตอร์และแบต LFP ขนาด 61 kWh ใกล้เคียงกับรุ่นพี่อย่าง OMODA E5 วิ่งได้ไกลประมาณ 430 กม. (มาตรฐาน WLTP) หรือแตะ 500 กม. ขึ้นไป (มาตรฐาน NEDC)
  • การชาร์จไฟ ถ้าใช้สเปกเดียวกับ E5 จะรองรับชาร์จ AC ที่ 6.6-9.9 kW ใช้เวลา 6-9 ชั่วโมง ส่วนชาร์จเร็ว DC รองรับสูงสุด 80 kW ชาร์จจาก 30-80% ในเวลาแค่ 28-30 นาที จะชาร์จบ้านหรือชาร์จระหว่างทริปก็สะดวก
  • การใช้งานจริง ด้วยตัวถังยาว 4.4 เมตร ทำให้ขับในเมืองคล่องตัวสุดๆ แต่ห้องโดยสารและท้ายรถก็กว้างพอสำหรับครอบครัว 4-5 คน จะใช้วิ่งไปกลับทำงานวันละ 50-80 กม. ก็ชาร์จทีเดียวอยู่ได้หลายวัน หรือจะพาออกทริปต่างจังหวัดระยะกลางๆ ก็ชิลล์ได้แบบไม่ต้องแวะชาร์จบ่อย

7. Deepal S03 หรือ Sealion 7 และ B‑/C‑SUV จีนรุ่นใหม่ 

  • จุดเด่นนวัตกรรม ทั้งสองรุ่นเน้นแพลตฟอร์ม EV ยุคใหม่ที่บาลันซ์ช่วงล่างมาแบบ 50:50 ขับสนุกมั่นใจแน่นอน แถมดีไซน์ยังล้ำสมัยและใส่เทคโนโลยีช่วยขับ ADAS มาให้แบบครบเครื่อง
  • ราคาโดยประมาณ Deepal S03 วางตัวมาได้น่ารักมาก เริ่มต้นที่ประมาณ 550,000-600,000 บาท สำหรับ B-SUV 5 ที่นั่ง ส่วนรุ่นใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่าง BYD Sealion 7 รุ่น Premium อยู่ที่ 1,250,000 บาท และรุ่น AWD Performance อยู่ที่ 1,400,000 บาท (ราคาก่อนจัดโปรนะ)
  • แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง Deepal S03 คาดว่าจะมีทั้งรุ่นมาตรฐานและ Long Range วิ่งได้ไกล 520-620 กม. (NEDC) ส่วน Sealion 7 ใช้ Blade Battery ขนาด 72-82 kWh วิ่งได้สูงสุด 500-540 กม. (NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • การชาร์จไฟ ทั้งคู่รองรับชาร์จ AC ผ่าน Wallbox 7-11 kW ใช้เวลา 7-10 ชั่วโมง หรือถ้าแวะชาร์จเร็ว DC ก็รองรับถึง 100-150 kW ชาร์จจาก 20-80% ได้ภายในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง
  • การใช้งานจริง Deepal S03 มาในไซซ์ B-SUV กะทัดรัด ขับในเมืองคล่องตัวมากแต่ห้องโดยสารยังกว้างสะใจครอบครัวเล็ก ส่วน Sealion 7 จะเป็น C-SUV ที่ช่วงล่างนุ่มแน่น ห้องโดยสารใหญ่ พร้อมพาครอบครัวออกทริปต่างจังหวัดยาวๆ ได้แบบไม่ต้องกังวล

8. BYD Ti7 2026

  • จุดเด่นนวัตกรรม SUV ทรงกล่องสายลุยที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ “Extended‑range / PHEV ขั้นสูง” รวมเครื่องเบนซิน 1.5 เทอร์โบกับมอเตอร์คู่หน้า‑หลัง กำลังรวม 483 แรงม้า ทำ 0-100 กม. ต่อชม. ได้ประมาณ 4.5 วินาที แต่ยังประหยัดน้ำมันได้ระดับ 6.4 ลิตรต่อ 100 กม.
  • ราคาโดยประมาณ จีนเปิดตัว 4 รุ่นย่อย ราคา 179,800-219,800 หยวน (ประมาณ 810,000-1,000,000 บาท) มีข่าวว่าถ้าเข้าไทยจะพยายามกดราคาเริ่มต้นล้านต้นๆ ให้ชนกลุ่ม SUV ไฮบริดไซซ์ใหญ่จากค่ายญี่ปุ่นและยุโรป
  • แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง มาพร้อม Blade Battery LFP ขนาด 26.6-35.6 kWh วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกล 135-200 กม. (มาตรฐาน CLTC) และถ้าเติมน้ำมันเต็มถังรวมกับแบตเตอรี่เต็ม จะวิ่งได้ไกลสุดๆ ถึง 1,300 กม. ต่อการเติม 1 ครั้ง หมดกังวลเรื่องหาที่ชาร์จเวลาออกทริปไปได้เลย
  • การชาร์จไฟ รองรับชาร์จเร็ว DC ประมาณ 70-72 kW ชาร์จจาก 30-80% ได้ในเวลาแค่ 30 นาที ส่วนชาร์จ AC ที่บ้านก็ใช้เวลาแค่ 4-6 ชั่วโมง เหมาะชาร์จทิ้งไว้ตอนกลางคืน แล้วใช้วิ่งในเมืองตอนกลางวันแบบไม่ต้องง้อน้ำมันทั้งวัน
  • การใช้งานจริง ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย พร้อมฟีเจอร์เบาะนวดสุดสบาย และช่วงล่าง DiSus-C ที่ช่วยคุมอาการโยนตัวได้ดี ขับง่ายทั้งในเมืองและทางไกล เหมาะกับเหล่ากู๊ดดี้ที่อยากใช้รถไฟฟ้าวิ่งงานทุกวัน แต่พอถึงวันหยุดก็อยากออกทริปยาวๆ แบบไร้กังวล

กลุ่มรถไฟฟ้า MPV / Family EV

กลุ่มรถไฟฟ้า MPV / Family EV

กลุ่มรถไฟฟ้า MPV คำตอบที่ใช่สำหรับครอบครัวที่ชอบเดินทางพร้อมกันหลายคน พื้นที่กว้างขวาง 6-7 ที่นั่ง และประตูสไลด์ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุหรือเด็กๆ ขึ้น-ลงได้สะดวกสุดๆ ปี 2026 นี้หลายรุ่นอัปเกรดให้วิ่งไกลขึ้นพร้อมฟังก์ชันจ่ายไฟ V2L ให้สายแคมป์ปิงใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ทุกที่เหมือนอยู่บ้าน

 

9. Wuling Starlight EV หรือ MPV‑VAN 7 ที่นั่ง

  • จุดเด่นนวัตกรรม เป็น MPV‑VAN ไฟฟ้า 3 แถว 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ไฟฟ้าคู่ ออกแบบมาใช้สำหรับครอบครัว แท็กซี่ รถรับส่งผู้บริหาร ที่อยากได้ห้องโดยสารโปร่ง นั่งสบาย และขึ้นลงง่าย
  • ราคาโดยประมาณ ในจีนเปิดตัว เริ่มต้นประมาณ 500,000 บาท ส่วนราคาคาดการณ์ตอนเข้าไทยจะอยู่ที่ประมาณ 700,000-800,000 บาท ถือเป็นตัวเลือก MPV ไฟฟ้า 7 ที่นั่งที่ราคาเป็นมิตรและประหยัดกว่ารถตู้ไฟฟ้าค่ายใหญ่ไปได้เยอะเลย
  • แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง รุ่น BEV จัดแบต LFP มาให้ขนาด 60-69.2 kWh วิ่งได้ไกลถึง 500-540 กม. (มาตรฐาน CLTC / NEDC) จะวิ่งงานในเมืองทั้งวันหรือจัดทริปต่างจังหวัดแบบไป-กลับก็เอาอยู่สบายๆ 
  • การชาร์จไฟ รองรับชาร์จเร็ว DC จาก 30-80% ในเวลาแค่ 30 นาที หรือจะชาร์จ AC ผ่าน Wallbox ที่บ้านตอนกลางคืนทิ้งไว้ ตื่นมาก็พร้อมออกไปลุยงานหรือพาทุกคนไปเที่ยวได้เต็มวันเลย
  • การใช้งานจริง ห้องโดยสารจัดวางที่นั่งแบบ 2+2+3 พร้อมเบาะ Captain Seat แถวกลางที่นั่งสบายสุดๆ เหมาะทั้งบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ หรือใครที่อยากเอาไปทำรถรับ-ส่งและบริการเรียกรถผ่านแอป เพราะได้ทั้งความทันสมัย ประหยัดค่าน้ำมัน และวิ่งได้ไกลต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

สรุป

ปี 2026 นี้บอกเลยว่าตลาดรถไฟฟ้าในไทยคึกคักแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ เพราะกองทัพ EV ขนกันมาครบทุกสไตล์ ทั้งสายคล่องตัวอย่าง Dolphin Mini, MG4 Electric และ Chery QQ 2026 หรือจะสายสปอร์ต Sedan อย่าง Xpeng P7+ ส่วนใครที่มองหา SUV / Crossover ก็มีตัวเลือกเพียบทั้ง Denza B5, OMODA 4, BYD Ti7, Deepal S03 หรือ Sealion 7 ไปจนถึงรถครอบครัว MPV อย่าง Wuling Starlight EV และรถ 7 ที่นั่งรุ่นใหม่ๆ ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของเหล่ากู๊ดดี้

สุดท้ายแล้วการเลือก EV คู่ใจสักคันไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ล้ำๆ แต่ต้องดูให้ครบทั้งงบ การใช้จริง และภาษีใหม่ที่ช่วยให้เราประหยัดมากขึ้น ถ้าเหล่ากู๊ดดี้เจอคันที่ใช่แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือหาความคุ้มครองที่อุ่นใจและแฟร์ที่สุด แนะนำหาประกันรถยนต์ไฟฟ้าที่ heygoody ได้เลย เพราะเราให้เปรียบเทียบแผนประกัน เห็นทั้งราคา ความคุ้มครอง ไม่ต้องกรอกข้อมูลยาวๆ หรือกังวลเรื่องคนโทรตามขาย ช่วยให้เหล่ากู๊ดดี้ปิดดีลความคุ้มครองได้ง่ายๆ ในไม่กี่คลิกพร้อมออกรถไปลุยได้ทันที!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ (FAQ)

ปี 2026 ราคารถ EV จะแพงขึ้นจริงไหม

มีโอกาสขยับขึ้นประมาณ 50,000 - 100,000 บาท เพราะเงินอุดหนุนจากรัฐตามมาตรการ EV 3.0 เริ่มหมดลงและปรับเข้าสู่ EV 3.5 ที่ให้สิทธิ์น้อยลงกว่าเดิม แต่ไม่ต้องห่วง เพราะภาษีสรรพสามิตรถ EV ยังถูกล็อกไว้แค่ 2% ต่ำกว่ารถน้ำมันที่โดนภาษีเกณฑ์ใหม่ปี 2569 หนักขึ้นเยอะ ทำให้โดยรวม EV ยังคุ้มค่าเมื่อเทียบกับรถน้ำมันรุ่นใหม่ๆ

งบ 4-5 แสน ซื้อรถ EV หรือรถน้ำมันมือสองดี?

งบนี้ถ้าไปทาง EV มือสองอาจจะได้รถสภาพดีที่ราคาดรอปลงมาเยอะ แต่ต้องเช็กสุขภาพแบตให้ชัวร์ก่อน  ส่วนรถน้ำมันมือสองจะได้รุ่นที่สเปกสูงกว่าและซ่อมง่ายกว่าในระยะยาว สรุปคือถ้าเน้นประหยัดค่าไฟและวิ่งเยอะ EV มือสองคือคำตอบ แต่ถ้ากังวลเรื่องราคาขายต่อหรือจุดชาร์จตอนเดินทางไกล รถน้ำมันมือสองยังให้ความอุ่นใจได้มากกว่า

รถ EV จีนมือสอง ตอนนี้ราคาตกแรงไหม?

ราคาตกแรงกว่ารถน้ำมันญี่ปุ่น บางรุ่นใช้ไปแค่ 1-3 ปี ราคาหายไป 20-40% เพราะรุ่นใหม่ออกเร็วและคนยังกังวลเรื่องค่าซ่อมแบตเตอรี่ แต่นี่คือโอกาสทองของคนซื้อมือสองที่จะได้รถสเปกแรงในราคาประหยัด แค่ต้องเลือกคันที่ประวัติดีและเหลือประกันแบตยาวๆ ก็คุ้มค่าสุดๆ แล้ว

นโยบาย EV 3.5 ทำให้มีรุ่นประกอบไทยราคาถูกลงออกมาอีกไหม?

มีแน่นอน เพราะมาตรการ EV 3.5 บังคับให้ค่ายรถต้องประกอบในไทยเพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ภาษี เราเลยจะได้เห็นรถ BEV ประกอบไทย (CKD) ทยอยเปิดตัวมากขึ้น การผลิตในประเทศจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งและภาษีนำเข้า ทำให้ราคารถไฟฟ้าหลายรุ่นถูกกดลงมาสู้กับรถน้ำมันกว่าเดิม

ถ้าซื้อรถ EV ปีนี้ อีก 3 ปีเทคโนโลยีแบตจะตกรุ่นไหม?

เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นทุกปีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้แปลว่ารถที่เหล่ากู๊ดดี้ซื้อวันนี้จะกลายเป็นขยะในอีก 3 ปี เพราะมาตรฐานหัวชาร์จและระบบจัดการแบตเตอรี่ยังใช้ร่วมกันได้ยาวๆ แถมแบตยุคใหม่อย่าง LFP ก็ทนทานนับแสนกิโลเมตรและอัปเดตซอฟต์แวร์ได้เรื่อยๆ รถปีนี้จึงยังใช้งานได้ดีและคุ้มค่าไปอีกนาน

ประกันภัยรถ EV ปี 2026 เบี้ยปรับขึ้นโหดไหม?

เบี้ยประกันปี 2026 มีแนวโน้มขยับขึ้นเล็กน้อย เพราะค่าซ่อมและราคาแบตเตอรี่ที่ยังสูงอยู่ แต่เหล่ากู๊ดดี้ควบคุมเบี้ยได้ด้วยเกณฑ์ประกันรถไฟฟ้า 2569 ที่เน้นระบุชื่อคนขับ (ใส่ได้ 5 คน) และการประเมินตามพฤติกรรมจริง ใครขับดีไม่มีเคลมก็เตรียมรับส่วนลดจุกๆ ช่วยให้เบี้ยประกันแฟร์และไม่แพงโดดจนเกินไป

เปลี่ยนจากรถน้ำมันมาใช้ EV ประหยัดค่าเดินทางเดือนละกี่บาท?

ถ้าเหล่ากู๊ดดี้วิ่งเฉลี่ย 2,000 กม. ต่อเดือน ค่าน้ำมันอาจสูงถึง 5,000 บาท แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้ EV และชาร์จไฟที่บ้านเป็นหลักจะจ่ายแค่ 1,100-1,400 บาทเท่านั้น เท่ากับเซฟเงินในกระเป๋าได้เกือบ 4,000 บาทต่อเดือน หรือปีละเกือบครึ่งแสน เอาเงินที่เหลือไปผ่อนรถหรือเที่ยวได้สบายเลย

ระบบช่วยขับขี่ (ADAS) ของค่ายไหนเสถียรสุดในถนนเมืองไทยตอนนี้?

ถนนเมืองไทยมีความท้าทายสูง ทั้งเส้นเลนไม่ชัดและรถตัดหน้าบ่อย ปัจจุบัน ADAS ของค่ายจีนรุ่นท็อปและค่ายยุโรปหลายแบรนด์ถูกจูนมาให้สู้กับสภาพรถติดได้เนียนขึ้น แต่ความเสถียรอาจต่างกันตามซอฟต์แวร์ของแต่ละรุ่น แนะนำให้เหล่ากู๊ดดี้ลองไป Test Drive ในช่วงเวลาเร่งด่วนจะรู้เลยว่ารุ่นไหนถูกใจเราที่สุด

รถ SUV ไฟฟ้า งบไม่เกิน 1 ล้าน ปี 2026 มีตัวไหนน่าสนใจ?

งบไม่เกินล้านปีนี้มีตัวเลือก SUV และ Crossover จากค่ายจีนให้เลือกเยอะ ทั้งรุ่นประกอบไทยที่ได้สิทธิ์ EV 3.5 และรุ่นนำเข้าที่อัดโปรโมชันสู้กันดุเดือด จุดเด่นคือได้รถคันใหญ่ พื้นที่เยอะ และแบตเตอรี่วิ่งไกลเกิน 400 กม. ในราคามิตรภาพ เหมาะมากสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่อยากเริ่มใช้รถไฟฟ้า

รถ EV ใช้งานมา 3-4 ปี สุขภาพแบตเหลือกันเท่าไร?

จากสถิติใช้งานจริง สุขภาพแบต (SOH) หลังผ่านไป 3-4 ปี จะยังเหลือสูงถึง 85-90% เลย ถ้าเหล่ากู๊ดดี้ดูแลตามคู่มือและไม่ปล่อยให้แบตหมดเกลี้ยงบ่อยๆ ยิ่งปัจจุบันประกันแบตให้ยาวถึง 8 ปี หรือ 160,000 กม. ยิ่งอุ่นใจได้เลยว่าช่วง 3-4 ปีแรก แบตเตอรี่ยังทำงานได้เต็มที่ พร้อมลุยได้เหมือนวันแรกๆ

แชร์
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
แชร์
แชร์
23 รางวัล
การันตีความสำเร็จ
จากเวทีระดับโลก
ดูรางวัลทั้งหมด
IDC Future Enterprise Awards 2025
Winner หมวดหมู่ Special Award for Digital Native Business
Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore
Silver หมวดหมู่ Best Financial & Investment Influencer Campaign
The Asian Banker
Winner หมวดหมู่ RETAIL FINANCE DIGITAL AND FRICTIONLESS AWARDS- Best Customer Experience Initiative – "Do Not Call" Policy
Digital CX Awards 2025
Winner หมวดหมู่ Outstanding Digital CX Transformation in insurance- Thailand
CX Asia 2025
Silver หมวดหมู่ Best use of CX Technology
ITC Asia Awards
Winner หมวดหมู่ C-Suit of the year
Insure Tech Connect Asia
Brokerage Breakthrough · Data
Analytics Master Awards - 2024
Global Retail Banking Innovation
Best Customer Centric Business Model - 2024
New York Festivals Awards 2024
Best Customer Centric Business Model - 2024
The Work 2024
Film/TV Craft · Film/Web Film · Culture · Work for Good · Branded Content+Entertainment - 2024
Thailand Influencer Awards 2024 by Tellscore
Best Financial & Investment Influencer Campaign - 2024
AdPeople Awards & Symposium 2024
•Silver หมวดหมู่ Craft
•Bronze หมวดหมู่ Craft
•Bronze หมวดหมู่ Film
Marketing Award of Thailand 2024
Silver -Brand Experience & Communication
ช่องทางการติดต่อ
เลขที่ใบอนุญาตประกันวินาศภัย ว00015/2556
เลขที่ใบอนุญาตเสนอขายประกันภัยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อลว 015521000/2563 บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
เลขที่ใบอนุญาตประกันวินาศภัย
chevron-down