Key Takeaway
- การเคลมประกันคือการยื่นขอค่าชดเชยจากบริษัทประกันสำหรับความเสียหายที่อยู่ในความคุ้มครอง เพื่อลดความสูญเสียทางการเงินจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่างๆ
- สิ่งที่ต้องทำทันทีหลังเกิดเหตุคือ ตั้งสติและถ่ายรูปหลักฐานความเสียหายในจุดเกิดเหตุ จากนั้นโทรแจ้งศูนย์บริการหรือสายด่วนบริษัทประกัน รอเจ้าหน้าที่ประกันมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เตรียมเอกสารที่จำเป็น และรับใบประเมินความเสียหายจากเจ้าหน้าที่
- สำหรับขั้นตอนเคลมประกันรถยนต์ เริ่มจากเตรียมกรมธรรม์และเอกสารให้พร้อม ถ่ายรูปความเสียหาย โทรแจ้งบริษัทประกัน รอตัวแทนตรวจสอบที่เกิดเหตุ รับใบเคลม นำรถไปซ่อม และติดตามสถานะการเคลม
- เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่ ใบเคลม บัตรประจำตัวประชาชน สำเนากรมธรรม์ประกัน และเอกสารอื่นๆ
การเคลมประกันช่วยปกป้องคุณจากความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด แต่สำหรับมือใหม่อาจฟังดูยุ่งยาก บทความนี้จะอธิบายว่าการเคลมประกันคืออะไร พร้อมขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้คุณเคลมได้รวดเร็ว ถูกต้อง และได้รับสิทธิประโยชน์เต็มที่
รู้จักการเคลมประกันให้มากขึ้น คืออะไร
การเคลมประกันเป็นการแจ้งขอรับค่าชดเชยจากบริษัทประกันเมื่อเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายที่อยู่ในความคุ้มครอง เช่น ทรัพย์สินเสียหายหรือค่ารักษาพยาบาล เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยต้องทำตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่บริษัทประกันกำหนด เพื่อให้ได้รับเงินชดเชยอย่างรวดเร็วและครบถ้วน
การเคลมประกันมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
- เคลมประกันรถยนต์ ครอบคลุมความเสียหายเกี่ยวกับรถยนต์ เช่น อุบัติเหตุ ซ่อมแซมรถ หรือรับผิดชอบต่อคนอื่น รวมถึงค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
- เคลมประกันสุขภาพ ยื่นเคลมค่ารักษาพยาบาล เช่น ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่ารักษาในโรงพยาบาล รวมถึงโรคร้ายแรงและโรคมะเร็ง
- เคลมประกันชีวิต ผู้รับผลประโยชน์ยื่นเคลมหลังผู้เอาประกันเสียชีวิต เพื่อรับเงินผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต
- เคลมประกันการเดินทางต่างประเทศ คุ้มครองเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างเดินทาง เช่น เจ็บป่วย กระเป๋าเดินทางหาย หรือเสียหายจากการขนส่งตอนบิน
- เคลมประกันบ้านและคอนโด ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดกับที่อยู่อาศัย เช่น ไฟไหม้ โจรกรรม ภัยธรรมชาติ และเหตุอื่นๆ
ขั้นตอนเคลมประกันที่มือใหม่ควรรู้
เหล่ากู๊ดดี้ที่กำลังศึกษาวิธีเคลมประกันอาจมองว่ายุ่งยาก แต่ถ้ารู้ไว้ก็จะช่วยให้รับมือได้รวดเร็ว ถูกต้อง ได้สิทธิประโยชน์ครบ โดยมีขั้นตอนเคลมประกันดังนี้
วิธีการเคลมประกันแต่ละประเภท
การเคลมประกันรถยนต์
- เตรียมกรมธรรม์ เล่มทะเบียนรถ บัตรประชาชน และใบขับขี่ให้พร้อม
- ถ่ายรูปหลักฐานและความเสียหายที่เกิดขึ้นในจุดเกิดเหตุ หรือรอเจ้าหน้าที่มาถ่ายรูปที่เกิดเหตุ ถ้าอยู่ในสถานที่ที่เรารอได้
- โทรแจ้งบริษัทประกันภัย แจ้งหมายเลขกรมธรรม์ รายละเอียด และที่เกิดเหตุ
- รอตัวแทนบริษัทประกันภัยมาตรวจสอบ เพื่อประเมินค่าเสียหาย และเช็กฝ่ายผิดถูก ถ้ามีคู่กรณี
- รับใบประเมินความเสียหาย (ใบเคลม) เพื่อใช้ซ่อมรถกับอู่ในเครือบริษัทได้
- นำรถไปซ่อมและติดตามสถานะการเคลมจนเสร็จ
การเคลมประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุ
- เช็กความคุ้มครองในกรมธรรม์ ค่ารักษาพยาบาลและเงื่อนไขต่างๆ
- ขอใบเสร็จตัวจริง และใบรับรองแพทย์ตัวจริง หรือเวชระเบียนที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเคลม
- ติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อแจ้งเคลมและขอแบบฟอร์มการเคลม
- กรอกแบบฟอร์มและแนบเอกสารให้ครบ ส่งให้บริษัทประกันเพื่อดำเนินการ
- ติดตามผลการเคลมจากบริษัทประกันจนได้รับเงินหรือสิทธิ์คุ้มครอง หรือถ้าบริษัทประกันขอเอกสารเพิ่มเติม ให้รีบส่งเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไข
บริษัทประกันภัยดำเนินการเคลมประกัน อย่างไร
กรณีเคลมประกันรถยนต์
- รับเรื่องแจ้งเคลม บริษัทจะรับแจ้งเหตุการณ์จากผู้เอาประกันผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โทรศัพท์ ระบบออนไลน์ หรืออีเมล แล้วบันทึกหมายเลขรับแจ้ง พร้อมทั้งมอบหมายเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญดูแลกระบวนการเคลม
- ตรวจสอบและประเมินความเสียหาย เจ้าหน้าที่บริษัทออกไปตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ถ่ายรูปหรือทบทวนเอกสาร เช่น ใบเสร็จค่าซ่อม รายงานตำรวจ หรือเวชระเบียน เพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายและความถูกต้องของการเคลม
- พิจารณาความคุ้มครองและอนุมัติการเคลม บริษัทจะตรวจสอบความคุ้มครองในกรมธรรม์ เช่น คุ้มครองอะไรบ้าง ข้อยกเว้น และวงเงินคุ้มครองก่อนอนุมัติจ่าย
- แจ้งผลและชดเชย เมื่อการพิจารณาเสร็จสิ้น หากการเคลมได้รับการอนุมัติ บริษัทจะดำเนินการชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้ตามข้อตกลงในกรมธรรม์ บางบริษัทอาจนำเสนอวิธีการชดเชย เช่น โอนเงินเข้าบัญชี ชำระค่าซ่อมตรงไปที่อู่ หรือชำระค่ารักษาพยาบาลโดยตรง
- ดำเนินการซ่อมและปิดเคลม หลังชำระค่าสินไหม บริษัทอาจให้คำแนะนำเกี่ยวกับอู่ซ่อมในเครือข่าย หรือให้จัดการซ่อมเอง โดยเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการซ่อมแซมหรือรักษา ก็จะปิดเคลมเสร็จสิ้น
กรณีเคลมประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุ
- รับเรื่องแจ้งเคลม บริษัทจะรับแจ้งเหตุการณ์จากผู้เอาประกันผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โทรศัพท์ ระบบออนไลน์ หรืออีเมล แล้วบันทึกหมายเลขรับแจ้ง
- ตรวจสอบเอกสารการเคลม เพื่อประเมินความคุ้มครองและความถูกต้องของการเคลม
- พิจารณาความคุ้มครองและอนุมัติการเคลม บริษัทจะตรวจสอบความคุ้มครองในกรมธรรม์ เช่น คุ้มครองอะไรบ้าง ข้อยกเว้น และวงเงินคุ้มครองก่อนอนุมัติจ่าย
- แจ้งผลและชดเชย เมื่อการพิจารณาเสร็จสิ้น หากการเคลมได้รับการอนุมัติ บริษัทจะดำเนินการชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้ตามข้อตกลงในกรมธรรม์ บางบริษัทอาจนำเสนอวิธีการชดเชย เช่น โอนเงินเข้าบัญชี หรือชำระค่ารักษาพยาบาลโดยตรง
เอกสารจำเป็นที่มือใหม่ต้องเตรียมให้พร้อม มีอะไรบ้าง
เอกสารเฉพาะกรณีเคลมประกันรถยนต์
- ใบรับรองความเสียหาย (ใบเคลม) หรือเอกสารยืนยันการติดต่อกับบริษัทประกันภัย
- บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ ของผู้เอาประกันภัย หรือกรณีคนต่างชาติต้องใช้หนังสือเดินทางของผู้เอาประกันภัย (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
- หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
- สำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
- สำเนาทะเบียนรถยนต์หรือสำเนาเล่มทะเบียน
- ใบรับรองความเสียหาย หรือใบเคลมที่บริษัทประกันภัยออกให้ ณ วันที่เกิดเหตุ
- ใบแจ้งความจากตำรวจ (กรณีมีคู่กรณี)
- สำเนาบัตรประชาชนคู่กรณี (กรณีมีคู่กรณี)
- สำเนาใบขับขี่คู่กรณี (กรณีมีคู่กรณี)
- สำเนาทะเบียนรถคู่กรณี (กรณีมีคู่กรณี)
- รูปถ่ายรถคู่กรณีและจุดเกิดเหตุ เพื่อแสดงร่องรอยความเสียหาย
- เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามประเภทการเคลมหรือที่บริษัทประกันแจ้งขอเพิ่มเติม เช่น บันทึกประจำวันตำรวจ เวชระเบียน หรือหลักฐานแสดงความเสียหาย
เอกสารเฉพาะกรณีเคลมประกันสุขภาพ / ประกันอุบัติเหตุ
- แบบฟอร์มการเคลมประกันสุขภาพ/ ประกันอุบัติเหตุ
- ใบรับรองแพทย์ที่ระบุรายละเอียดการวินิจฉัยและแผนการรักษา พร้อมวันที่และลายเซ็นแพทย์
- สำเนาประวัติการรักษาพยาบาล
- ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลฉบับจริง (กรณีสำรองจ่าย)
- สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ระบุชื่อผู้เอาประกันเป็นเจ้าของบัญชี เพื่อรับเงินค่าสินไหมทดแทน
- สำหรับการเคลมกรณีเสียชีวิต ต้องใช้
- สำเนาใบมรณบัตรพร้อมสำเนารับรอง
- สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกันและผู้รับผลประโยชน์
- เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามประเภทการเคลมหรือที่บริษัทประกันแจ้งขอเพิ่มเติม
การเคลมประกันใช้เวลานานไหม
เหล่ากู๊ดดี้มักสงสัยเมื่อถึงเวลาต้องเคลมประกันว่าใช้เวลานานไหม? ถ้าบริษัทประกันได้รับเอกสารและข้อมูลครบถ้วน การพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 7 - 15 วันทำการหากเคสมีความซับซ้อน หรือเคลมทางตรง (สำรองจ่ายไปก่อน) ช่วงเวลาเช็กข้อมูลเพื่ออนุมัติอาจยืดเยื้อไปถึง 90 วัน เวลาเคลมประกันจะขึ้นอยู่กับประเภทและความซับซ้อนของเหตุการณ์
เปรียบเทียบ เคลมประกันรถยนต์แบบมีคู่กรณี VS ไม่มีคู่กรณี แตกต่างกันอย่างไร
เคลมประกันรถยนต์แบบมีคู่กรณี
การเคลมประกันรถยนต์แบบมีคู่กรณีคือ กรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีร่วมด้วย เช่น รถชนกัน หรือรถ/ทรัพย์สินของอีกฝ่ายเสียหาย โดยขั้นตอนเริ่มจาก
- เก็บข้อมูลคู่กรณีให้ครบ เช่น ชื่อ เบอร์โทร ทะเบียนรถ และรายละเอียดเหตุการณ์
- โทรหาบริษัทประกันภัย และเจ้าหน้าที่ประกันจะออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อประเมินความเสียหายและชี้ว่าใครเป็นฝ่ายผิด
- ฝ่ายผิดอาจต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ก่อน ตามเงื่อนไขประกัน
- บริษัทประกันจะออกใบเคลมให้นำรถไปซ่อมที่อู่ในเครือโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เคลมประกันรถยนต์แบบไม่มีคู่กรณี
ส่วนเคลมประกันรถยนต์แบบไม่มีคู่กรณี จะเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีร่วมก่อเหตุ เช่น ชนเสาไฟฟ้า ต้นไม้ กำแพง หรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ ผู้เอาประกันเคลมได้เฉพาะประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้น โดยต้องติดต่อบริษัทประกันภัยทันทีหลังเกิดเหตุ และทำตามขั้นตอน เริ่มจากถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุและความเสียหายเอาไว้ก่อน จากนั้นแจ้งบริษัทประกันภัย รับใบเคลม และนำรถเข้าศูนย์บริการที่บริษัทกำหนดเพื่อนำรถไปซ่อมแซม ซึ่งอาจต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ตามที่ระบุในกรมธรรม์ เคลมไม่มีคู่กรณีนี้ถ้าความเสียหายไม่รุนแรงมาก ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุเลย
คำแนะนำ / ข้อควรระวังที่พบบ่อยในการเคลมประกันรถยนต์
นอกจากทำตามขั้นตอน เตรียมเอกสารให้ครบแล้ว เงื่อนไขและข้อควรระวังก็ยังเป็นอีกจุดที่ไม่ควรมองข้ามเมื่อต้องเคลมประกัน เพื่อให้เคลมได้อย่างราบรื่น ไม่ถูกปฏิเสธ
เทคนิคการเคลมประกันที่ไม่ถูกปฏิเสธ
- อ่านเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์อย่างละเอียด ก่อนตัดสินใจซื้อ รวมถึงดูข้อยกเว้นและระยะเวลาแจ้งเคลม
- ให้ข้อมูลแจ้งเคลมที่ถูกต้องและครบถ้วน ไม่ปกปิดหรือให้ข้อมูลเท็จ
- แจ้งเคลมภายในเวลาที่บริษัทกำหนด เช่น ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุเพื่อป้องกันการปฏิเสธ
- รวบรวมและเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบ เช่น รูปถ่ายสถานที่และความเสียหาย
- ถ้าโดนปฏิเสธการเคลม ให้ติดต่อบริษัทเพื่อขอคำชี้แจงและโต้แย้งโดยมีหลักฐานสนับสนุนด้วย
สาเหตุที่ถูกปฏิเสธการเคลมประกันรถยนต์มาจากอะไรบ้าง
- เหตุการณ์ที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครอง เช่น ใช้รถผิดประเภท แข่งรถ แต่งรถ หรือใช้รถในลักษณะที่ไม่อยู่ในประกัน
- ไม่มีคู่กรณีหรือหลักฐานชัดเจน เช่น ไม่มีรูปถ่ายหรือใบแจ้งความ
- ไม่มีใบขับขี่หรือใบขับขี่หมดอายุขณะเกิดเหตุ
- กรมธรรม์หมดอายุ
- เคลมซ้ำซ้อน หรือปลอม/บิดเบือนข้อมูล
- ไม่ทำตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น เปลี่ยนแปลงสภาพรถโดยไม่แจ้งประกัน
- ปกปิดข้อมูลหรือให้ข้อมูลเท็จ ทั้งในช่วงสมัครและแจ้งเคลม
สรุป
การเคลมประกันคือการยื่นเรื่องต่อบริษัทเพื่อขอรับค่าชดเชยความเสียหาย ตามที่กรมธรรม์แต่ละประเภทคุ้มครอง เมื่อเกิดเหตุ สิ่งแรกที่ต้องทำคือรีบถ่ายรูปหลักฐานและโทรแจ้งบริษัทประกันทันที เตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมเพื่อความรวดเร็ว ส่วนระยะเวลาการเคลมประกันจะได้เร็วแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับประเภทประกันและความซับซ้อนของเหตุการณ์
เหล่ากู๊ดดี้ควรทำความเข้าใจเงื่อนไขกรมธรรม์และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ครบและไม่ถูกปฏิเสธ ถ้ามองหาประกันรถยนต์ที่ตอบโจทย์ ทาง heygoody มีประกันหลายประเภทจากหลายบริษัทให้เหล่ากู๊ดดี้ลองเปรียบเทียบ เพื่อให้ความคุ้มครองที่ตรงใจมากที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเคลมประกัน (FAQ)
เหล่ากู๊ดดี้มือใหม่หลายคนอาจงงวิธีเคลมประกัน วันนี้เฮ้กู๊ดดี้ได้รวมคำถามที่เจอบ่อยๆ และคำตอบที่น่าสนใจ เพื่อให้การเคลมประกันเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด!
เคลมประกันอย่างไรไม่ให้เสียค่า Excess?
ทำได้โดยแจ้งเคลมทันทีหลังเกิดเหตุและระบุเหตุการณ์ให้ชัดเจน รวมถึงหลีกเลี่ยงที่จะบอกว่า “ไม่รู้” หรือ “จำไม่ได้” เมื่อถูกถามเรื่องคู่กรณีหรือรายละเอียดของอุบัติเหตุ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเสียค่า Excess ในการเคลม
ถ้าไม่มีใบขับขี่ แต่มีประกันสามารถเคลมได้ไหม?
ถ้าคนขับไม่มีใบขับขี่หรือไม่เคยสอบ แต่รถมีประกัน ทางประกันจะชดเชยให้คู่กรณี ทั้งบุคคลและทรัพย์สินเท่านั้น ส่วนผู้เอาประกันจะแบ่งเป็น 2 เคส ได้แก่
- เป็นฝ่ายถูก ประกันชั้น 1, 2+, 3+ จะเคลมค่าซ่อมรถให้ และเรียกเก็บจากคู่กรณีแทน
- เป็นฝ่ายผิด ประกันไม่เคลมรถตัวเอง แต่จ่ายคู่กรณีเท่านั้น (ยกเว้นทรัพย์สินผู้เอาประกันและครอบครัว)
แต่มีข้อยกเว้นใบขับขี่ เช่น
- หมดอายุ เคลมได้ทุกกรณี
- ถูกยึด เคลมได้ถ้านำสำนวนมายืนยันกับประกัน