
Key Takeaway
เรื่องความสูญเสียเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อถึงคราวที่เจ้าของรถหรือคนในครอบครัวจากไปกะทันหัน อีกหนึ่งเรื่องที่ตามมาให้ชวนปวดหัวคือภาระเรื่องรถที่ทิ้งเอาไว้ หลายคนคงเคยได้ยินเขาลือกันว่า แค่ผ่อนค่าเบี้ยประกันหรือผ่อนค่างวดรถยนต์ต่อ แล้วรถก็ตกเป็นของทายาทโดยธรรมไปเลย แล้วเป็นแบบนั้นจริงไหม?
วันนี้เฮ้กู๊ดดี้จะขอสวมบทผู้ช่วยส่วนตัว มาไขข้อข้องใจเพื่อให้ทายาทหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถจัดการเรื่องรถ ทะเบียน ภาษี และประกันภัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องมานั่งงงในดงเอกสารอีกต่อไป!
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจและแยกแยะประเภทของประกันให้ออกก่อน เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของความสับสนทั้งหมด

มาถึงคำถามยอดฮิตที่ว่า ประกันรถยนต์กรณีเสียชีวิตไม่ต้องผ่อนรถต่อจริงไหม? คำตอบคือ “ต้องดูว่าทำประกันสินเชื่อไว้ไหม” แบ่งออกเป็น 2 กรณีง่ายๆ ดังนี้
ถ้าผู้ตายทำประกันตัวนี้ไว้ ทายาทยิ้มออกได้เลย เพราะบริษัทประกันจะนำเงินสินไหมไปปิดยอดหนี้ที่เหลือกับไฟแนนซ์ให้ทั้งหมด (ตามวงเงินที่ทำไว้) ทายาทไม่ต้องผ่อนต่อ และสามารถทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์รถมาเป็นของทายาทโดยธรรมได้เลย
กรณีนี้ ทายาทโดยธรรมตามธรรมจรรยา หรือผู้รับมรดกต้องรับผิดชอบผ่อนต่อ เพราะหนี้สินถือเป็นมรดกรูปแบบหนึ่งที่ตกทอดสู่ทายาท (แต่รับผิดชอบไม่เกินทรัพย์มรดกที่ได้รับมานะ)
เมื่อผู้เช่าซื้อเสียชีวิต สัญญาเช่าซื้อไม่ได้ระงับไป แต่ “ภาระหนี้” และ “ตัวรถ” จะตกเป็นมรดกตามกฎหมายแก่ทายาทโดยธรรม หรือผู้รับมรดก ซึ่งมีแนวทางจัดการ 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้
ตามกฎหมายแล้ว เมื่อบุคคลใดเสียชีวิต ทรัพย์สิน (รวมถึงหนี้สิน) ของบุคคลนั้นจะกลายเป็นมรดกทันที ดังนั้น รถยนต์คันนี้ก็จะตกเป็นของทายาทโดยธรรม (เช่น คู่สมรส บุตร บิดามารดา) หรือผู้รับพินัยกรรม (ในกรณีที่ผู้ตายเขียนพินัยกรรมระบุไว้ชัดเจน)
แต่เดี๋ยวก่อน! ไม่ใช่ว่าเดินไปขับรถชิลๆ แล้วบอกว่ารถคันนี้เป็นของคุณได้เลยนะ การจะโอนรถเปลี่ยนชื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องมีผู้จัดการมรดก ซึ่งเป็นบุคคลที่ศาลแต่งตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่จัดการแบ่งปันทรัพย์สินให้ถูกต้องก่อน

หลายคนพอได้ยินคำว่าศาลหรือกฎหมายก็เริ่มท้อแล้ว แต่ใจเย็นๆ เฮ้กู๊ดดี้สรุปขั้นตอนมาให้แบบเข้าใจง่าย แล้วทำตามนี้ได้เลย
ทายาทโดยธรรมต้องนำเอกสารต่างๆ เช่น ใบมรณบัตร ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนผู้ตายและทายาท ไปติดต่อทนายความหรือพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้แต่งตั้งทายาทคนใดคนหนึ่งเป็นผู้จัดการมรดก (กระบวนการนี้อาจใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน)
เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ให้เตรียมเอกสารตามนี้
นำรถคันดังกล่าวไปตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนไว้ พร้อมยื่นเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ จ่ายค่าธรรมเนียมนิดหน่อย เท่านี้รถก็จะเป็นชื่อของทายาทอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
คำตอบคือ “ทำได้ตามปกติเลย” ไม่ต้องรอศาลสั่ง หรือไม่ต้องรอโอนรถเสร็จก็ทำได้
กรมการขนส่งทางบกเปิดกว้างให้ใครก็ได้สามารถนำรถไปต่อภาษี (ต่อทะเบียน) และซื้อ พ.ร.บ. แทนเจ้าของรถได้เลย แค่นำสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (หรือสำเนา) และหางบัตร พ.ร.บ. ไปดำเนินการที่ขนส่ง เลื่อนล้อต่อภาษี หรือช่องทางออนไลน์ต่างๆ ได้เลย เพื่อให้รถยังวิ่งบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย
ความเจ๋งของประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (เช่น ประกันชั้น 1, 2+, 3+) คือความคุ้มครองจะติดไปกับตัวรถ ไม่ได้หายไปพร้อมกับเจ้าของ

มาถึงช็อตสำคัญที่หลายคนกังวล ถ้าผู้ตายทำประกันรถยนต์ชั้น 1 กรณีเสียชีวิตเอาไว้ แล้ววันดีคืนดีทายาทนำรถไปขับแล้วเกิดอุบัติเหตุ จะเคลมได้ไหม? แล้วต้องโอนรถก่อนหรือเปล่า?
เคลมได้แน่นอน 100% เพียงแค่ผู้ขับขี่ ณ ตอนเกิดเหตุ มีใบขับขี่ที่ถูกต้อง ก็สามารถเรียกพนักงานเคลมมาดูหน้างานและออกใบเคลมได้ตามปกติเหมือนรถทั่วไปเลย
สรุปง่ายๆ ว่า ถ้าเคลมทั่วไปไม่ต้องรอโอนก็ซ่อมได้ แต่ถ้าจะรับเงินคืนทุนประกัน หรือเคลมหนักๆ ควรมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกมาช่วยเคลียร์ทางให้
เรื่องกฎหมายและเอกสารที่ว่าซับซ้อน ปล่อยให้เป็นเรื่องของการจัดการไป แต่เรื่องการซื้อประกันรถยนต์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเฮ้กู๊ดดี้ดูแลดีกว่า เพราะเราเข้าใจว่าเวลาของทุกคนมีค่า เราจึงออกแบบประสบการณ์การซื้อประกันให้เป็นเรื่องง่าย
ตอบคำถามไปแล้วว่า ประกันรถยนต์กรณีเสียชีวิต ทายาทไม่ต้องผ่อนรถต่อจริงไหม แค่จำง่ายๆ ว่า ประกันรถคุ้มครองรถ ส่วนประกันสินเชื่อคุ้มครองหนี้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน การตั้งสติ รวบรวมเอกสาร และทำตามขั้นตอนการตั้งผู้จัดการมรดก คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกอย่างผ่านไปได้อย่างราบรื่นที่สุด
ส่วนใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ฉบับใหม่ให้รถคู่ใจ เพื่อความอุ่นใจในทุกเส้นทาง ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล ลองมาเทียบราคาประกันรถยนต์ออนไลน์กับ heygoody ได้เลย รับรองว่าซื้อง่าย สบายใจ คุ้มค่า จบทุกเรื่องประกันในเว็บเดียวแน่นอน!
ซื้อผ่าน heygoody เคลมได้จริง จะติดต่อบริษัทประกันเพื่อเคลมเองก็ไม่มีปัญหา เคลมได้เหมือนซื้อตรงกับประกัน หรือจะปรึกษาแอดมิน heygoody เรื่องเตรียมเอกสารเคลม ช่วยติดตามเคลมก็ทักแชทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง LINE @heygoody
กรมธรรม์จะไม่ขาด ความคุ้มครองของประกันรถยนต์จะยังคงอยู่ และคุ้มครองตัวรถต่อไปจนกว่าจะหมดอายุตามหน้าตารางกรมธรรม์
ขับได้ แต่ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง และควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หากเกิดอุบัติเหตุก็ยังเคลมได้ตามปกติ
เพราะรถเป็นทรัพย์สินมีทะเบียน การจะโอนเปลี่ยนชื่อเจ้าของ หรือรับเงินคืนทุนประกันจากบริษัทประกัน จำเป็นต้องมีผู้มีอำนาจตามกฎหมาย (ผู้จัดการมรดก) เป็นผู้ลงนามเพื่อป้องกันปัญหาทายาทแย่งชิงทรัพย์สิน
รถจะตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับชั้นของกฎหมาย เช่น คู่สมรสที่จดทะเบียน บุตร บิดามารดา ของผู้เสียชีวิต
ต้องให้ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก่อน จากนั้นผู้จัดการมรดกทำเรื่องโอนรถมาเป็นชื่อของตัวเอง หรือโอนตรงให้ผู้ซื้อเลยก็ได้ (ที่กรมการขนส่งทางบก) จึงจะขายได้อย่างถูกต้อง

บทความโดย
heygoody
เฮ้ กู๊ดดี้ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านโบรกเกอร์ประกันออนไลน์ มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์โบรกเกอร์ประกันภัยมากกว่า 10 ปี ภายใต้ เงินติดล้อ








