
Key Takeaway
เหล่ากู๊ดดี้สายเที่ยวทุกคน! เข้าสู่ปี 2569 แล้ว จุดหมายปลายทางในดวงใจอันดับหนึ่งของคนไทยก็คงหนีไม่พ้น “ประเทศญี่ปุ่น” ดินแดนปลาดิบที่ไปกี่รอบก็ไม่เคยเบื่อ ไม่ว่าจะเป็นสายกิน สายช้อปปิ้ง หรือสายมู ก็ฟินได้ทุกฤดู แน่นอนว่าความพิเศษของการไปญี่ปุ่นคือการที่เรามีสิทธิพิเศษฟรีวีซ่าญี่ปุ่นนั่นเอง! แค่มีตั๋ว มีเงิน มีพาสปอร์ต ก็แพ็กกระเป๋าบินได้เลย
แต่สำหรับมือใหม่หัดเที่ยว หรือคนที่ไม่ได้บินไปนาน อาจจะสับสนและมีคำถามผุดขึ้นมาในหัวมากมาย ญี่ปุ่นฟรีวีซ่ากี่วัน? เดี๋ยวนี้ระบบเข้าเมืองเขาเป็นยังไง Visit Japan Web คืออะไร? หรือเที่ยวญี่ปุ่นต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? วันนี้เฮ้กู๊ดดี้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุด 2569 มาย่อยให้ฟังแบบง่ายๆ แล้ว
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการเที่ยวต่างประเทศ ขอปูพื้นฐานนิดนึง คำว่า ฟรีวีซ่าญี่ปุ่น (Visa Exemption) คือมาตรการที่รัฐบาลญี่ปุ่นยกเว้นการขอวีซ่าล่วงหน้าให้กับนักท่องเที่ยวบางประเทศ เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว หมายความว่าเราไม่ต้องไปยื่นเอกสารสเตตเมนต์หนาๆ หรือเสียเวลาไปสถานทูตเหมือนเมื่อก่อน แค่ถือพาสปอร์ตไทยเล่มสีน้ำตาลของเราเดินไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ญี่ปุ่น เขาก็จะประทับตราให้เราเข้าประเทศได้เลยทันที
ญี่ปุ่นฟรีวีซ่ากี่ประเทศ? ตอนนี้ญี่ปุ่นให้สิทธิพิเศษนี้กับนักท่องเที่ยวมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว และแน่นอนว่าประเทศไทยของเราก็เป็นหนึ่งในลูกรักที่ได้รับสิทธิ์นี้มาอย่างยาวนาน

คนไทยสามารถพำนักในญี่ปุ่นได้สูงสุด 15 วัน (นับรวมวันไปและวันกลับด้วยนะ) ถือเป็นระยะเวลาที่กำลังดีมากๆ สำหรับการไปเที่ยวพักผ่อน จะจัดทริปสั้นๆ 5 วันช้อปปิ้งโตเกียว หรือจัดทริปยาว 14 วันตะลุยฮอกไกโดถึงโอซาก้า ก็ทำได้สบายๆ
ข้อควรระวัง 15 วันคือ 15 วันเป๊ะๆ นะ ห้ามอยู่เกินเด็ดขาด! เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ทำให้หมดสิทธิ์เข้าญี่ปุ่นไปอีกหลายปีเลยทีเดียว
แม้จะเข้าประเทศง่ายเหมือนเดินเข้าห้าง แต่ฟรีวีซ่าญี่ปุ่นก็มีกฎเหล็กที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดนะ เงื่อนไขหลักๆ มีตามนี้เลย

ถึงแม้จะฟรีวีซ่า แต่ด่านตม. ญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อเรื่องความละเอียดรอบคอบ เพื่อความอุ่นใจและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำตัวไม่ถูกหน้าตู้ตรวจ มาดูกันว่า เที่ยวญี่ปุ่นต้องใช้เอกสารอะไรเตรียมติดกระเป๋าไว้บ้าง
ส่วนใหญ่ถ้าเราแต่งตัวปกติดูเป็นนักท่องเที่ยว และลงทะเบียน Visit Japan Web มาเรียบร้อย ตม. ญี่ปุ่นแทบจะไม่ถามอะไรเลย แค่สแกนนิ้ว ถ่ายรูป แล้วก็ผ่านมาได้เลย แต่ถ้าแจ็กพอตโดนสุ่มถาม นี่คือคำถามเบสิกที่อาจเจอได้ (มักถามเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ)
ทริกเล็กๆ อย่าลืมยิ้มแย้ม สบตา ตอบคำถามด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องลุกลี้ลุกลน เท่านี้ก็ผ่านฉลุยแล้ว

มาถึงคีย์เวิร์ดสำคัญที่สายเที่ยวญี่ปุ่นยุคนี้ต้องรู้จัก! Visit Japan Web คือระบบบริการออนไลน์ของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่รวมขั้นตอนด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากรมาไว้ในสมาร์ตโฟนของเรา
ต้องลงทะเบียนไหม? ไม่ได้บังคับ 100% (ใครจะไปกรอกกระดาษสีเหลืองและสีขาวหน้างานเหมือนสมัยก่อนก็ได้) แต่แนะนำให้ลงทะเบียนไปล่วงหน้าจะดีกว่า เพราะช่วยประหยัดเวลาต่อคิวกรอกเอกสารที่สนามบินไปได้เยอะมาก
หลายคนกังวลเรื่องเงินในบัญชี (Statement) ว่าต้องมีหลักแสนหลักล้านไหม? สบายใจได้เลย การไปเที่ยวแบบฟรีวีซ่าญี่ปุ่น ตม. แทบจะไม่ขอดูสมุดบัญชีของเราเลย
สิ่งสำคัญคือการพกเงินสด (เงินเยน) มีบัตร Travel Card หรือบัตรเครดิต ที่ดูสมเหตุสมผลกับจำนวนวันที่มาเที่ยวก็พอ โดยเฉลี่ยแล้ว ค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าเข้าสถานที่ในญี่ปุ่น จะตกอยู่ประมาณ 2,000-4,000 บาทต่อวัน (ไม่รวมค่าช้อปปิ้งนะ) ดังนั้น พกไปให้เพียงพอกับการใช้ชีวิตก็พอ

รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ได้บังคับว่าต้องมีประกันเดินทางถึงจะเข้าประเทศได้ แต่แนะนำว่าควรซื้อติดตัวไว้จะสบายใจกว่า เพราะค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติโหดมาก แค่อาหารเป็นพิษต้องแอดมิตให้น้ำเกลือ 1 คืน บิลอาจพุ่งไปถึงหลักแสนบาท! ไหนจะความเสี่ยงเรื่องเที่ยวบินดีเลย์ กระเป๋าเดินทางล่าช้า หรือกระเป๋าพังอีก จ่ายค่าประกันเดินทางแค่หลักร้อยบาท แลกกับความอุ่นใจคุ้มครองหลักล้าน คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม
สำหรับใครที่จัดทริปไปญี่ปุ่นครั้งแรก นอกจากเอกสารแล้ว เตรียมตัวตามเช็กลิสต์นี้ได้เลย
ฟรีวีซ่าญี่ปุ่นอัปเดตปี 2569 อยู่ได้สูงสุด 15 วัน อย่าลืมเตรียมเอกสารอย่างพาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบินขากลับ ใบจองที่พัก และแผนการเดินทาง แล้วเคลียร์คิวลงทะเบียน Visit Japan Web ให้เรียบร้อยก่อนจัดกระเป๋าด้วยนะ รับรองว่าทริปนี้จะเริ่มต้นได้ราบรื่น ผ่านตม. ได้สวยๆ แน่นอน
อุบัติเหตุหรืออาการเจ็บป่วยเกิดขึ้นได้เสมอแม้เราจะระวังตัวดีแค่ไหนก็ตาม เที่ยวญี่ปุ่นแบบไร้กังวล ช้อปปิ้งได้เต็มที่ กินของอร่อยได้สุดเหวี่ยง อย่าลืมพกความอุ่นใจใส่กระเป๋าไปด้วย หากใครกำลังมองหาแผนประกันเดินทางที่คุ้มค่า ซื้อง่าย จ่ายปุ๊บรับกรมธรรม์ทันที ลองแวะมาเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศได้เลย ให้ heygoody ดูแลคุณทุกทริป!
ซื้อผ่าน heygoody เคลมได้จริง จะติดต่อบริษัทประกันเพื่อเคลมเองก็ไม่มีปัญหา เคลมได้เหมือนซื้อตรงกับประกัน หรือจะปรึกษาแอดมิน heygoody เรื่องเตรียมเอกสารเคลม ช่วยติดตามเคลมก็ทักแชทได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง LINE @heygoody
สามารถลงทะเบียนเมื่อไรก็ได้ที่รู้เที่ยวบินและที่พักที่แน่นอน แนะนำให้ทำล่วงหน้าสัก 1-2 สัปดาห์ก่อนบิน
ไม่ต้องตกใจ บนเครื่องบินหรือที่หน้าด่านตม. จะมีใบกระดาษสีเหลือง (ตม.) และสีขาว (ศุลกากร) ให้เราเขียนด้วยปากกาเพื่อยื่นแทนได้
ต้องทำ แต่ไม่ต้องสมัครบัญชีใหม่ สามารถเพิ่มชื่อเด็กลงในหัวข้อ “สมาชิกครอบครัวที่เดินทางด้วยกัน (Family members traveling with you)” ในบัญชีของผู้ปกครองได้เลย
ถ้าพาสปอร์ตเล่มใหม่เป็นชื่อปัจจุบันและตรงกับตั๋วเครื่องบินแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ากังวล แนะนำให้พกใบเปลี่ยนชื่อตัวจริงหรือฉบับแปลภาษาอังกฤษติดไปด้วย
พกไปได้ในปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้ส่วนตัว แต่ห้ามพกยาที่มีส่วนผสมของสารเสพติดหรือสารต้องห้ามตามกฎหมายญี่ปุ่นเด็ดขาด (ควรมีฉลากภาษาอังกฤษหรือใบรับรองแพทย์)

บทความโดย
heygoody
เฮ้ กู๊ดดี้ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านโบรกเกอร์ประกันออนไลน์ มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์โบรกเกอร์ประกันภัยมากกว่า 10 ปี ภายใต้ เงินติดล้อ








