← กลับ

รถไฟฟ้าแบตหมดทำอย่างไร รวมวิธีรับมือและเช็กพิกัดสถานีชาร์จใกล้ฉัน

6 คน
แชร์
รถไฟฟ้าแบตหมดทำอย่างไร รวมวิธีรับมือและเช็กพิกัดสถานีชาร์จใกล้ฉัน

Key Takeaway

  • สาเหตุรถไฟฟ้าแบตหมด ได้แก่ แบตเตอรี่เหลือน้อยก่อนออกไปชาร์จแต่รถติดนาน ส่วนประกอบในระบบแบตเตอรี่มีปัญหา ใช้สายชาร์จผิดประเภท ชาร์จไม่เต็ม และแบตเตอรี่ใกล้หมดอายุ
  • วิธีรับมือเมื่อรถไฟฟ้าแบตหมด เริ่มจากตั้งสติ หาที่จอดที่ปลอดภัย จากนั้นเช็กสถานะแบตเตอรี่บนหน้าปัดรถเพื่อดูระยะทางขับขี่ที่เหลืออยู่ เปิดโหมดประหยัดพลังงาน และหาสถานีชาร์จไฟฟ้าใกล้เคียง
  • การค้นหาสถานีชาร์จ ควรเริ่มจากรู้ประเภทของหัวชาร์จที่รถใช้ แล้วค้นหาผ่านแอปพลิเคชัน เช่น MEA EV, EVolt และ EV Station PluZ หรือค้นหาผ่าน Google Maps และติดต่อศูนย์หรือบริการฉุกเฉินในกรณีที่แบตหมดเกลี้ยง ขับต่อไปไม่ได้
  • เทคนิคดูแลแบตรถไฟฟ้าให้ใช้งานได้นาน ทำตามคู่มือที่แจ้งไว้  โดยเหล่ากู๊ดดี้ไม่ควรชาร์จให้เต็ม 100% แต่ไม่ควรใช้จนเหลือ 0% ไม่จอดตากแดดนานๆ ไม่ใช้ชาร์จเร็วบ่อยๆ ถ้าไม่จำเป็น และถอดปลั๊กทันทีหลังใช้งานเสร็จ
  • วิธีการชาร์จรถไฟฟ้าจนเต็ม 100% เป็นประจำอาจทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าสูงในแบตเตอรี่ ซึ่งส่งผลต่ออายุการใช้งานได้ แนะนำให้ชาร์จถึง 80-90%  ยกเว้นกรณีที่ต้องการระยะทางเพิ่มเช่นเดินทางไปต่างจังหวัด
ยาวไปเลือกอ่านได้นะ ซ่อน

ช่วงนี้ใครๆ ก็หันมาขับรถไฟฟ้า (EV) กันมากขึ้นใช่ไหม? เพราะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนให้โลกน่าอยู่ขึ้น แต่บางครั้งอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันได้! เช่น ขับรถไฟฟ้าอยู่ดีๆ ก็แบตหมดกลางทางขึ้นมาดื้อๆ มือใหม่ที่เพิ่งขับรถ EV ไม่ต้องกังวลไป บทความนี้มาแนะนำขั้นตอนรับมือเมื่อรถไฟฟ้าแบตหมด หรือแบตใกล้หมด พร้อมวิธีดูแลแบตให้ใช้งานได้นานขึ้น

เข้าใจสาเหตุ “รถไฟฟ้าแบตหมด” เกิดขึ้นอย่างไร

เข้าใจสาเหตุ “รถไฟฟ้าแบตหมด” เกิดขึ้นอย่างไร

แบตเตอรี่รถไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่กักเก็บและจ่ายไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนรถยนต์ โดยอาศัยการเก็บพลังงานไว้ในเซลล์แบตเตอรี่ (Cell) มีกลไกควบคุมปริมาณไฟฟ้าที่ปล่อยออกมา ระบบจะทำงานได้ดีเมื่อชาร์จและปล่อยพลังงานสมดุลกัน 

ถ้าปริมาณไฟฟ้าในแบตเตอรี่ลดต่ำลงผิดปกติ เช่น ใช้งานต่อเนื่องหรือการชาร์จไม่เต็มที่ ระบบจะเตือนทันที ทั้งเตือนเป็นเสียง สัญลักษณ์ หรือไฟ ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้มีเวลาเตรียมพร้อมเพื่อชาร์จไฟ ไม่ให้รถหยุดกลางคัน ลดความเสียหายต่อแบตเตอรี่ และช่วยยืดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ แบตหมดอาจเกิดจากระบบทำงานผิดปกติได้เหมือนกัน

สาเหตุที่รถไฟฟ้าแบตหมดกลางทางมีอะไรบ้าง

สาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ลดลง จนรถไฟฟ้าแบตหมดกลางทาง เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ดังนี้

  • ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ถูกต้อง เช่น ใช้สายชาร์จผิดประเภท หรือชาร์จไม่เต็มความจุ
  • จราจรติดขัดหรือหยุดนิ่งเป็นเวลานาน ใช้พลังงานมากขึ้นโดยไม่เคลื่อนที่
  • ไม่ได้ตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ก่อนออกจากบ้าน ทำให้แบตหมดโดยไม่รู้ตัว
  • เปิดแอร์หรือระบบปรับอากาศต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ขับขึ้นเขาหรือทางลาดชัน ทำให้แบตรถต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติ
  • ระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System) หรือส่วนประกอบในระบบแบตเตอรี่มีปัญหา ทำให้ชาร์จหรือปล่อยพลังงานผิดปกติ
  • อากาศร้อนหรือหนาวจัด ส่งผลต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่
  • แบตเตอรี่ใกล้หมดอายุ ทำให้ความจุไฟลดลงเร็วขึ้น
  • ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในรถมากเกินจำเป็น เช่น ระบบเสียง เบาะร้อน พวงมาลัยร้อน ที่กินไฟจากแบตเตอรี่

รถไฟฟ้าแบตหมดทำอย่างไร? รวมวิธีรับมืออย่างปลอดภัย

รถไฟฟ้าแบตหมดทำอย่างไร? รวมวิธีรับมืออย่างปลอดภัย

เมื่อรถไฟฟ้าแบตหมดกะทันหัน เหล่ากู๊ดดี้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ปลอดภัย ด้วยขั้นตอนดังนี้

สิ่งที่ควรทำเมื่อแบตใกล้หมด

  1. ตั้งสติและหาที่จอดรถในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการจอดในจุดที่เป็นอันตรายหรือขวางทางจราจร
  2. ตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่บนหน้าปัดรถ เพื่อดูว่าเหลือระยะทางขับขี่อีกเท่าไร
  3. ใช้โหมดประหยัดพลังงาน (เช่น ปิดแอร์ ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น) เพื่อยืดระยะทางให้ถึงจุดชาร์จได้
  4. ค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้าใกล้เคียงด้วยแอปพลิเคชันที่รองรับ เช่น Evol หรือ Plugshear
  5. หากไม่สามารถขับรถได้ต่อ ให้ติดต่อบริการช่วยเหลือฉุกเฉินของบริษัทประกันนั้นๆ เพื่อรับการช่วยเหลือทันที ดูรายละเอียดการติดต่อ คลิก (https://www.heygoody.com/th/support-info/how-to-claim-auto-insurance/

ขั้นตอนที่ควรทำเมื่อรถไฟฟ้าแบตหมดกลางทาง

เมื่อรถไฟฟ้าแบตหมดกลางทาง ให้ตั้งสติ เช็กสถานะแบตเตอรี่ และใช้โหมดประหยัดพลังงาน แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. ใช้แอปพลิเคชันเพื่อค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้าใกล้เคียง เช่น PlugShare (รวมทุกเครือข่าย, รีวิวแน่น), Saifah (วางแผนเดินทาง, รวมทุกค่าย), Evolt (ดูสถานะว่าง, เริ่ม/หยุดชาร์จได้), MEA EV / PEA VOLTA (ของภาครัฐ), และ EV Station PluZ (ของ PTT), EleXA (EGAT), SHARGE, และ EA Anywhere
  2. หากแบตเตอรี่หมดจนรถไม่สามารถขับต่อได้ ให้โทรขอความช่วยเหลือด่วนจากศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้อยู่ หรือบริษัทประกันภัยที่ทำไว้ โดยจะมีบริการรถยกไปสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุด

แนะนำวิธีค้นหาสถานีชาร์จแบตรถไฟฟ้า

แนะนำวิธีค้นหาสถานีชาร์จแบตรถไฟฟ้า

ในปัจจุบัน รถไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยม ทำให้หาสถานีชาร์จไฟสะดวก ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป แต่เพื่อการชาร์จที่ถูกต้อง เหมาะกับรถที่ใช้อยู่ การรู้ตั้งแต่ประเภทของหัวชาร์จ ไปจนถึงเบอร์ติดต่อ จะทำให้การเดินทางของเหล่ากู๊ดดี้ไร้กังวลมากขึ้น 

รู้ประเภทหัวชาร์จก่อน ชาร์จสะดวกกว่า

  • Type 1 ที่รองรับไฟฟ้าแบบ 1 เฟส นิยมใช้ในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา แต่ไม่นิยมใช้ในประเทศไทย 
  • Type 2 เป็นมาตรฐานไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ยอดนิยมในไทยและยุโรป รองรับได้ทั้ง 1 เฟสและ 3 เฟส ทำให้ชาร์จได้เร็วขึ้น 
  • CCS Type 2 เป็นหัวชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วมาก เหมาะสำหรับสถานีชาร์จสาธารณะ 
  • CHAdeMO เป็นหัวชาร์จ DC อีกแบบที่นิยมใช้ในญี่ปุ่นและมีใช้ในรถยนต์บางรุ่นที่จำหน่ายในไทย 

ค้นหาผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้า

  1. EV Station PluZ ครอบคลุมทั่วประเทศ เชื่อมต่อกับสถานีปตท. ให้เช็กความพร้อมของหัวชาร์จแบบเรียลไทม์และระบบนำทาง โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play
  2. MEA EV ให้บริการโดยการไฟฟ้านครหลวง มีระบบค้นหา จอง และนำทางไปยังสถานี ช่วยให้ชาร์จได้สะดวกและปลอดภัย โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play
  3. PEA VOLTA จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีแผนที่และระบบนำทาง รวมถึงสามารถจองหัวชาร์จล่วงหน้าได้ด้วย โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play
  4. EVolt สามารถค้นหาสถานีใกล้เคียง ดูคิวว่างแต่ละสถานีได้เรียลไทม์ สามารถสั่งเริ่มและหยุดการชาร์จผ่านแอปได้โดยตรง โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play
  5. PlugShare เป็นแอปที่นิยมทั่วโลก ใช้ค้นหาและรีวิวสถานีชาร์จจากผู้ใช้งานจริง รวมถึงรองรับหลายประเภทหัวชาร์จ โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play
  6. EA Anywhere ค้นหาสถานีง่าย สามารถจองใช้งานล่วงหน้า พร้อมระบบนำทางไปยังสถานีที่ต้องการ และแจ้งเตือนก่อนหมดเวลา 30 นาที โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play
  7. SHARGE แอปที่ช่วยค้นหาจุดชาร์จตามประเภทหัวชาร์จที่ต้องการ สามารถจองคิวล่วงหน้า 24 ชั่วโมง มีระบบจ่ายค่าบริการ สามารถแลกหรือสะสมคะแนน Central T1 ได้ โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play 
  8. EleXA จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ รองรับการค้นหาและจองคิวชาร์จ รวมถึงระบบแจ้งเตือนก่อนหมดเวลา โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play
  9. GO TO-U เป็นแอปที่รวมสถานีกว่า 3 แสนแห่งทั่วโลก สามารถใช้ได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ เหมาะสำหรับคนที่เดินทางด้วยรถ EV โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play

ให้ GPS / Google Maps ช่วยหา

ให้ GPS / Google Maps ช่วยหา

  1. เปิดแอป Google Maps บนโทรศัพท์มือถือทั้งระบบ iOS และ Android
  2. พิมพ์ในช่องค้นหาว่า “สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” หรือ “EV charging station” เพื่อหาสถานีชาร์จที่ใกล้บริเวณนั้น
  3. เลือกสถานีชาร์จที่ระบบแสดงขึ้นมา ดูว่าจุดชาร์จเปิดให้บริการไหม และรองรับหัวชาร์จที่ใช้ไหม
  4. กดเลือกสถานีนั้น แล้วกดปุ่มนำทาง (Navigate) เพื่อให้ Google Maps นำทางไปยังสถานีชาร์จ
  5. ในกรณีวางแผนเดินทางไกล สามารถเพิ่มจุดชาร์จลงในเส้นทางเพื่อให้มีแจ้งเตือนและคำนวณเวลาชาร์จก่อนถึงจุดหมายปลายทาง

ติดต่อศูนย์ / บริการฉุกเฉิน

  1. เมื่อรถไฟฟ้าแบตหมดกลางทางให้โทรติดต่อศูนย์บริการของยี่ห้อรถที่ใช้อยู่ เพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือเฉพาะทาง เช่น 
  • แบรนด์ BYD แจ้ง Call Center เบอร์ 02-045-8888 กด 2 
  • แบรนด์ Tesla แจ้ง Call Center เบอร์ 1-800-01-1199
  • แบรนด์ ORA แจ้ง Call Center เบอร์ 02-668-8888 กด 1
  • แบรนด์ MG แจ้ง Call Center เบอร์ 1267
  • แบรนด์ XPENG แจ้ง Call Center เบอร์ 1526
  1. บอกพิกัดปัจจุบันและอาการของรถ ให้เจ้าหน้าที่ส่งทีมช่วยเหลือหรือแนะนำวิธีแก้ปัญหา
  2. โทรแจ้งบริการช่วยเหลือฉุกเฉินจากบริษัทประกันภัยรถยนต์ (ถ้ามี) เพื่อขอความช่วยเหลือ เช่น รถยก
  3. ใช้แอปพลิเคชันหรือระบบออนไลน์ของศูนย์บริการที่มี แจ้งเหตุและติดตามสถานะการช่วยเหลือ

เคล็ดลับดูแลแบตรถไฟฟ้าอย่างไรให้ใช้งานได้นาน

เคล็ดลับดูแลแบตรถไฟฟ้าอย่างไรให้ใช้งานได้นาน

เหล่ากู๊ดดี้ที่กังวลว่า ถ้ารถไฟฟ้าแบตหมดกลางทางทำอย่างไรดี? เพื่อไม่ให้เกิดเหตุขึ้น สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้อง ช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น 

เลี่ยงการชาร์จให้เต็ม 100%

เรื่องควรรู้ก่อนชาร์จแบตอย่างแรกคือ แบตเตอรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ใช้เป็นลิเทียมไอออน (Li-ion) แบบเดียวกับที่ใช้ในสมาร์ตโฟน แบตแบบนี้สามารถเก็บประจุได้มากและน้ำหนักเบา แต่มีจุดอ่อนที่การชาร์จแบต ทำให้การชาร์จแบตเตอรี่รถไฟฟ้าเต็ม 100% บ่อยๆ นั้นเสี่ยงแบตเสื่อมเร็วขึ้น เพราะแรงดันไฟฟ้าสูงรวมกับความร้อนสะสมเมื่อชาร์จเต็ม จนเกิดความเครียดสูง ทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลง ทางที่ดีควรชาร์จให้ได้ประมาณ 20 - 80% เพราะช่วยยืดอายุการใช้งานนานขึ้น 

ห้ามใช้จนแบตเหลือ 0%

เหล่ากู๊ดดี้ไม่ควรปล่อยให้ระดับแบตเตอรี่ลดลงเหลือ 0% ก่อนชาร์จบ่อยๆ เพราะทำให้แบตเตอรี่ทำงานหนักเกินไปและเกิดความร้อน ความเครียดสูงขึ้น และอาจชาร์จไม่ได้จนต้องคาริเบตแบตเตอรี่ ส่งผลให้ความจุ อายุการใช้งานลดลง และยังทำให้แบตเตอรี่เสียหายถาวรจากแรงดันไฟฟ้าต่ำเกินไปจนทำให้เซลล์แบตเตอรี่บางส่วนพัง ชาร์จไม่ได้ ควรชาร์จไฟเพิ่มเมื่อแบตเตอรี่เหลือไม่ต่ำกว่า 20% เพื่อถนอมแบตเตอรี่ในระยะยาว

ไม่ควรจอดตากแดดนานๆ

โดยปกติรถไฟฟ้ามีระบบที่คอยจัดการและรักษาอุณหภูมิของแบตเตอรี่อยู่แล้ว ถ้าจอดรถทิ้งไว้กลางแดดร้อนจัดนานๆ ระบบจัดการความร้อนจะทำงานตลอดเวลา เพื่อควบคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ ทำให้ดึงพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไปใช้ แม้รถจะจอดนิ่งอยู่ก็ตาม

ไม่ใช้ชาร์จเร็ว ถ้าไม่จำเป็น

แม้ชาร์จเร็วจะเป็นทางเลือกที่สะดวกสบาย แต่ถ้าใช้ DC Fast Charge (ชาร์จเร็ว) บ่อยเกินไป จะทำให้อายุแบตเตอรี่สั้นลง เพราะระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่ต้องทำงานหนักและมีความร้อนสะสมได้ ควรชาร์จเร็วสำหรับเหตุฉุกเฉินหรือเดินทางไกลเท่านั้น เพื่อป้องกันรถไฟฟ้าแบตหมดกลางทาง ส่วนการใช้งานในชีวิตประจำวันชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) หรือชาร์จจากไฟบ้าน ก็เพียงพอและเป็นมิตรต่อสุขภาพแบตเตอรี่มากกว่า

ไม่จำเป็นต้องชาร์จทุกวัน และถอดปลั๊กทันทีหลังใช้งาน

แบตเตอรี่รถไฟฟ้ามีวงจรป้องกันชาร์จเกิน แต่เหล่ากู๊ดดี้ไม่ควรปล่อยให้รถเสียบปลั๊กทิ้งไว้หลังชาร์จเสร็จนานๆ เพราะอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ แนะนำให้ถอดปลั๊กเมื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้ 80 - 90% และไม่จำเป็นต้องชาร์จทุกวัน เพราะการชาร์จบ่อยๆ ก็ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่สั้นลงได้เหมือนกัน

สรุป

ปัญหารถไฟฟ้าแบตหมดเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ปัญหามักมาจากสิ่งที่เรามองข้ามไป เช่น ระบบจัดการแบตเตอรี่ขัดข้อง ใช้สายชาร์จผิดประเภท ไม่ชาร์จแบตก่อนเดินทางไกล เป็นต้น โดยเทคนิครับมือสำหรับรถไฟฟ้าแบตหมดกลางทางเริ่มจากตั้งสติ เช็กสถานะของแบตเตอรี่ เปิดโหมดประหยัดพลังงาน และติดต่อศูนย์หรือใช้บริการฉุกเฉินของแบรนด์นั้นๆ ทันที 

ส่วนเหล่ากู๊ดดี้ที่กำลังเลือกประกันรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าไหนดี? สามารถเช็กความคุ้มครองของแต่ละแบรนด์ได้ที่ heygoody เพื่อให้ได้การคุ้มครองที่ครอบคลุม ทั้งประกันแบต มีอู่ให้เลือก ช่วยให้การใช้รถไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหารถไฟฟ้าแบตหมด (FAQ)

รถไฟฟ้าแบตหมดเป็นปัญหากวนใจของเหล่ากู๊ดดี้ที่ใช้รถไฟฟ้า แต่ถ้ามีการรับมือถูกต้องก็สามารถแก้ปัญหาได้ วันนี้ heygoody ได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจพร้อมคำตอบ เพื่อให้เข้าใจกันมากขึ้น

ทำไมไม่ควรชาร์จแบตรถ EV ให้เต็ม 100%?

การชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้เต็ม 100% บ่อยๆ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น เนื่องจากความเครียดและความร้อนสะสมสูงในเซลล์แบตเตอรี่ที่เกิดขึ้นเมื่อชาร์จถึงระดับเต็ม ส่งผลให้อายุการใช้งานลดลงและประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดต่ำลง นอกจากนี้ยังทำให้ระบบ Regenerative Braking หยุดทำงานชั่วคราว

รถไฟฟ้าแบตหมดสามารถเข็นหรือลากจูงได้ไหม?

รถไฟฟ้าแบตหมดไม่ควรเข็นหรือลากจูงด้วยเชือกหรือทำให้ล้อหมุน เพราะมอเตอร์จะผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อล้อหมุน อาจเกิดความร้อนสูงจนทำให้เกิดความเสียหายหรือไฟไหม้ได้

รถไฟฟ้าดับกลางคันควรทำอย่างไร?
  1. ตั้งสติและจอดรถในที่ปลอดภัย แล้วเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนรถคันอื่น
  2. ปิดเครื่องยนต์และรอประมาณ 20 นาที เพื่อล้างระบบไฟฟ้าหรือให้ระบบรีเซตตัวเอง
  3. ลองสตาร์ตเครื่องใหม่อีกครั้ง ถ้ายังไม่ติดควรติดต่อศูนย์บริการหรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทันที
  4. ถ้ามีปุ่มอินเตอร์คอม หรือ Emergency ในรถ ให้กดแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อติดตามความช่วยเหลือ
  5. ไม่เคลื่อนย้ายรถด้วยตัวเองโดยการเข็นหรือลากจูง เพื่อป้องกันความเสียหายในระบบไฟฟ้า

แชร์
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
แชร์
แชร์
20 รางวัล
การันตีความสำเร็จ
จากเวทีระดับโลก
ดูรางวัลทั้งหมด
The Asian Banker
Winner หมวดหมู่ RETAIL FINANCE DIGITAL AND FRICTIONLESS AWARDS- Best Customer Experience Initiative – "Do Not Call" Policy
Digital CX Awards 2025
Winner หมวดหมู่ Outstanding Digital CX Transformation in insurance- Thailand
CX Asia 2025
Silver หมวดหมู่ Best use of CX Technology
ITC Asia Awards
Winner หมวดหมู่ C-Suit of the year
Insure Tech Connect Asia
Brokerage Breakthrough · Data
Analytics Master Awards - 2024
Global Retail Banking Innovation
Best Customer Centric Business Model - 2024
New York Festivals Awards 2024
Best Customer Centric Business Model - 2024
The Work 2024
Film/TV Craft · Film/Web Film · Culture · Work for Good · Branded Content+Entertainment - 2024
Thailand Influencer Awards 2024 by Tellscore
Best Financial & Investment Influencer Campaign - 2024
AdPeople Awards & Symposium 2024
•Silver หมวดหมู่ Craft
•Bronze หมวดหมู่ Craft
•Bronze หมวดหมู่ Film
Marketing Award of Thailand 2024
Silver -Brand Experience & Communication
ช่องทางการติดต่อ
เลขที่ใบอนุญาตประกันวินาศภัย ว00015/2556
เลขที่ใบอนุญาตเสนอขายประกันภัยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อลว 015521000/2563 บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
เลขที่ใบอนุญาตประกันวินาศภัย
chevron-down