← กลับ

รวมศัพท์ประกันรถยนต์ที่ผู้ซื้อควรรู้ พร้อมคำอธิบาย ซื้อประกันไม่งง!

2 คน
แชร์
รวมศัพท์ประกันรถยนต์ที่ผู้ซื้อควรรู้ พร้อมคำอธิบาย ซื้อประกันไม่งง!

Key Takeaway

  • ศัพท์ประกันรถยนต์ คือภาษาเทคนิคที่ใช้ระบุความคุ้มครองและเงื่อนไขในกรมธรรม์ การเข้าใจศัพท์ช่วยให้เหล่ากู๊ดดี้เลือกแผนประกันได้ตรงใจ และไม่พลาดรายละเอียดสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อ
  • คำศัพท์พื้นฐานที่ต้องเจอมีคำสำคัญที่ต้องรู้คือ Premium (เบี้ยประกัน) Sum Insured (ทุนประกัน) และ Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรก) เป็นตัวกำหนดทั้งราคาและความคุ้มครองที่รถของเหล่ากู๊ดดี้จะได้รับ
  • มีจุดที่เข้าใจผิดบ่อย อย่าสับสนระหว่าง Deductible (เลือกเองเพื่อลดเบี้ย) กับ Excess (ค่าธรรมเนียมบังคับ 1,000 บาท) รวมถึงต้องจำไว้ว่า พ.ร.บ. คุ้มครองแค่คนแต่ไม่ซ่อมรถ ส่วนประกันชั้น 1 ก็มีข้อยกเว้นถ้าทำผิดกฎหมาย
  • เมื่อเหล่ากู๊ดดี้เข้าใจศัพท์ประกันจะช่วยให้เปรียบเทียบแผนได้ง่ายขึ้น เลือกเบี้ยได้เหมาะกับงบ และได้ความคุ้มครองที่ตรงความเสี่ยงจริง ทำให้ซื้อประกันได้มั่นใจและอุ่นใจ

มือใหม่หัดซื้อประกันรถยนต์ หรือใครที่กำลังจะต่อประกันปีหน้า เคยไหม? เวลาเปิดดูรายละเอียดกรมธรรม์แล้วเจอแต่ภาษาทางการ ศัพท์ประกันชวนงง ชวนปวดหัวจนอยากจะปิดหน้าจอทิ้ง วันนี้เฮ้กู๊ดดี้พามาเป็นล่ามส่วนตัวให้เหล่ากู๊ดดี้เอง รวมศัพท์ประกันรถยนต์ที่ผู้ซื้อควรรู้ พร้อมคำอธิบายแบบเข้าใจง่าย เช่น Deductible, Excess, Premium และ Claim ช่วยให้เลือกประกันตรงความต้องการ ซื้อง่ายไม่งงอีกต่อไป 

รับรองว่าอ่านจบแล้วเหล่ากู๊ดดี้จะกลายเป็นกูรูด้านประกันที่คุยกับเจ้าหน้าที่ได้มั่นใจ แถมยังเลือกแผนที่คุ้มค่าให้รถคันโปรดได้เองแบบไม่ต้องรอใครช่วยเลย!

ศัพท์ประกันรถยนต์ คืออะไร? ทำไมต้องรู้ก่อนซื้อ  

เหล่ากู๊ดดี้เคยสงสัยไหม? ทำไมในกรมธรรม์ถึงมีแต่คำที่อ่านแล้วต้องแปลไทยเป็นไทยอีกที จริงๆ แล้วศัพท์ประกันรถยนต์คือภาษาทางเทคนิค หรือนิยามสากลที่ใช้ระบุความคุ้มครองและเงื่อนไขในการดูแลรถของเรานั่นเอง การรู้ศัพท์พวกนี้ก่อนเงินจ่ายสำคัญมาก เพราะถ้าเราไม่เข้าใจความหมายจริงๆ ก็อาจเผลอเลือกแผนประกันผิดไปจากความต้องการ หรือไม่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์การขับขี่ของเราได้ 
แต่ถ้าเหล่ากู๊ดดี้เข้าใจศัพท์พวกนี้ได้ดี ก็ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น รู้ชัดๆ ว่าเหตุการณ์ไหนบ้างที่บริษัทจะคุ้มครอง และที่สำคัญคือรู้ว่ากรณีไหนที่เราต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพื่อให้ได้แผนประกันที่คุ้มค่าและอุ่นใจสำหรับรถคันโปรด

รวมศัพท์ประกันรถยนต์ที่ต้องรู้ พร้อมคำอธิบาย

รวมศัพท์ประกันรถยนต์ที่ต้องรู้ พร้อมคำอธิบาย

มาเช็กกันหน่อยว่าคำไหนที่เห็นบ่อยแต่ยังไม่เคลียร์บ้าง! ใครสงสัยว่า ศัพท์ประกันรถยนต์มีอะไรบ้าง วันนี้เฮ้กู๊ดดี้รวบรวมศัพท์ประกันที่เจอแน่ๆ ในหน้ากรมธรรม์มาแปลเป็นภาษาแบบเข้าใจง่าย พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน อ่านจบปุ๊บคุยกับเจ้าหน้าที่ประกันได้โปรแน่นอน

กลุ่มค่าใช้จ่าย & ความคุ้มครอง

  1. Premium (เบี้ยประกันภัย) คือจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามที่ระบุในสัญญา เปรียบเสมือนค่าสมาชิกรายปีเพื่อให้มีคนคอยดูแลรถเรา เช่น จ่ายเบี้ยประกันชั้น 1 ปีละ 15,000 บาท เพื่อให้บริษัทประกันคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี
  2. Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรก - แบบสมัครใจ) คือเงินที่เราตกลงจะจ่ายเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด ข้อดีคือยิ่งระบุยอดนี้สูง ค่าเบี้ยประกันก็ยิ่งถูกลง เช่น ถ้าตกลงค่า Deductible ไว้ 3,000 บาท แล้วเราถอยรถชนเสา ค่าซ่อมจริง 10,000 บาท เราจ่ายเอง 3,000 บาท ส่วนประกันจ่ายที่เหลือให้ 7,000 บาท
  3. Excess (ค่าเสียหายส่วนแรก - ตามกฎระเบียบ) คือเงิน 1,000 บาทที่เราต้องจ่ายตามกฎเมื่อเคลมโดยระบุคู่กรณีไม่ได้ หรือเหตุการณ์ไม่ชัดเจน ต่างจาก Deductible ตรงที่อันนี้เป็นภาคบังคับจาก คปภ. เช่น ตื่นเช้ามาเจอรถโดนกรีดเป็นรอยแต่ไม่รู้ใครทำ แบบนี้ต้องจ่ายค่า Excess ตอนแจ้งเคลม
  4. Sum Insured (ทุนประกันภัย) คือวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจะจ่ายให้เราเมื่อรถเกิดความเสียหาย ปกติจะตั้งตามราคาตลาดของรถตอนนั้น เช่น รถมีทุนประกัน 500,000 บาท ถ้าเกิดอุบัติเหตุหนักจนซ่อมไม่ได้ ประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้เราสูงสุดตามยอดทุนประกันนี้เลย
  5. Voluntary Insurance (ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ) คือประกันที่เราเลือกซื้อเพิ่มเองนอกเหนือจาก พ.ร.บ. เช่น ประกันชั้น 1, 2+ หรือ 3+ เพื่อเพิ่มความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น พ.ร.บ. คุ้มครองแค่คน แต่ประกันภาคสมัครใจจะช่วยคุ้มครองตัวรถและทรัพย์สินให้ด้วย

กลุ่มการเคลม & อุบัติเหตุ

  1. Fresh Claim (เคลมสด) คือการแจ้งเคลมทันทีที่เกิดอุบัติเหตุ มีพนักงานเซอร์เวย์ออกมาตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ ใช้ในกรณีที่มีคู่กรณีหรือความเสียหายรุนแรง เช่น ขับรถชนกับรถคันข้างๆ แล้วโทรเรียกประกันมาเคลมเดี๋ยวนั้นเลย เพื่อให้ได้ใบเคลมและตกลงความผิดถูกกันทันที
  2. Dry Claim (เคลมแห้ง) คือการแจ้งเคลมหลังจากเกิดเหตุผ่านไปนานแล้ว เป็นรอยขีดข่วนเล็กน้อยที่ไม่เร่งด่วน เป็นการรวบรวมรอยยิบย่อยมาเคลมทีเดียว เช่น รอยหินดีด รอยเฉี่ยวเสาเมื่อเดือนก่อน แล้วค่อยมาแจ้งเคลมตอนใกล้จะต่อประกันปีต่อไป (อาจมีค่า Excess ตามมา)
  3. Dealer Garage (ซ่อมห้างหรือซ่อมศูนย์) คือการระบุในกรมธรรม์ว่าเมื่อรถมีปัญหา เราจะส่งเข้าซ่อมที่ศูนย์บริการมาตรฐานของยี่ห้อรถนั้นๆ จุดเด่นคือมั่นใจเรื่องอะไหล่แท้และมาตรฐานช่าง เช่น รถ TOYOTA ก็ส่งซ่อมศูนย์ TOYOTA โดยตรง เหมาะสำหรับรถใหม่ป้ายแดงที่ยังอยู่ในประกันศูนย์
  4. Contracted Garage (ซ่อมอู่) คือการส่งรถเข้าซ่อมกับอู่ในเครือที่ได้รับการรับรองจากบริษัทประกัน ค่าเบี้ยถูกกว่าซ่อมห้างและหาอู่ใกล้บ้านง่ายกว่า เช่น ถ้ารถเริ่มมีอายุหลายปี อาจเลือกแผนซ่อมอู่เพื่อประหยัดค่าเบี้ย แต่ยังได้งานซ่อมที่ได้มาตรฐานและมีการรับประกันงานซ่อม
  5. Knock for Knock (ชนแล้วแยก) คือข้อตกลงระหว่างบริษัทประกันที่ช่วยให้คู่กรณีแยกย้ายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพนักงานเซอร์เวย์ ใช้ในกรณีที่เป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยและทั้งสองฝ่ายมีประกันชั้น 1 แค่แลกเอกสารชนแล้วแยกที่มีมาให้ในชุดกรมธรรม์ ก็ช่วยลดปัญหารถติดและประหยัดเวลาได้เยอะเลย

กลุ่มเงื่อนไข & ข้อยกเว้น

  1. No Claim Bonus / NCB (ส่วนลดประวัติดี) คือส่วนลดค่าเบี้ยประกันในปีถัดไป ถ้าในปีที่ผ่านมาเราขับรถดีและไม่มีการแจ้งเคลมที่เราเป็นฝ่ายผิด เป็นรางวัลสำหรับเหล่ากู๊ดดี้ที่เป็นนักขับมือโปร เช่น ถ้าปีแรกขับดีไม่มีเคลม ปีที่สองอาจได้ส่วนลดเบี้ยประกันเริ่มที่ 20% และสะสมสูงสุดถึง 50% เลย
  2. Named Driver (การระบุชื่อผู้ขับขี่) คือการระบุชื่อคนขับในกรมธรรม์ (ระบุได้สูงสุด 5 คน) เพื่อช่วยลดค่าเบี้ยประกัน ยิ่งคนขับมีประสบการณ์สูง เบี้ยก็จะยิ่งถูกลง เช่น ถ้ารถคันนี้มีแค่เรากับแฟนขับกันอยู่สองคน การระบุชื่อไปเลยจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากกว่าแผนแบบไม่ระบุชื่อ
  3. Depreciation (ค่าเสื่อมสภาพ) คือสัดส่วนมูลค่าที่ลดลงของอะไหล่บางรายการตามอายุการใช้งาน ประกันอาจไม่จ่ายเต็ม 100% ในบางกรณีส่วนใหญ่จะเป็นจำพวกยางรถยนต์ แบตเตอรี่ หรือน้ำมันเครื่อง เช่น ถ้าต้องเปลี่ยนยางใหม่จากการชน ประกันอาจช่วยจ่าย 50% และเราต้องช่วยออกค่าเสื่อมสภาพส่วนที่เหลือเอง
  4. Exclusion (ข้อยกเว้น) คือเหตุการณ์หรือเงื่อนไขที่ประกันจะไม่จ่ายค่าเสียหายให้เด็ดขาด เป็นสิ่งสำคัญที่เหล่ากู๊ดดี้ต้องอ่านให้ดีก่อนเซ็นสัญญา เช่น เมาแล้วขับ (ปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด) การใช้รถทำผิดกฎหมาย หรือนำรถส่วนบุคคลไปใช้รับจ้างสาธารณะ เป็นต้น
  5. New for Old (เปลี่ยนของใหม่แทนของเก่า) คือเงื่อนไขพิเศษในบางกรมธรรม์ที่บริษัทจะเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นใหม่ให้ทันทีโดยไม่หักค่าเสื่อมสภาพ ทำให้เราได้ของใหม่เอี่ยมกลับมาใช้งานเหมือนเดิม เช่น ถ้าเกิดอุบัติเหตุจนไฟหน้าแตก ประกันจะเปลี่ยนไฟหน้าดวงใหม่ให้เลยโดยที่เราไม่ต้องจ่ายค่าเสื่อมสภาพเพิ่ม

ศัพท์ประกันที่คนมักเข้าใจผิด (และควรรู้ให้ชัด)

ศัพท์ประกันที่คนมักเข้าใจผิด (และควรรู้ให้ชัด)

มีศัพท์ประกันหลายคำที่ฟังดูคล้ายกันจนน่าสับสน ความเข้าใจผิดแค่นิดเดียวอาจส่งผลต่อการเคลมหรือเงินในกระเป๋าเราได้เลย เฮ้กู๊ดดี้เลยขอคัด 5 ประเด็นที่คนเข้าใจผิดบ่อยๆ มาเคลียร์ให้ชัดกันตรงนี้เลย!

  1. Deductible vs. Excess (คู่หูค่าเสียหายส่วนแรกที่ต่างกัน) 

หลายคนคิดว่าคืออย่างเดียวกัน แต่ความจริงแล้ว Deductible คือยอดที่เราเลือกเองเพื่อลดค่าเบี้ย (ยิ่งระบุสูง เบี้ยยิ่งถูกลง) ส่วน Excess คือค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ตามกฎ คปภ. ที่ต้องจ่ายเมื่อแจ้งเคลมแบบระบุคู่กรณีไม่ได้ หรือแจ้งเหตุการณ์ไม่ชัดเจน เช่น โดนหินดีด หรือรถโดนขูดแต่ไม่รู้ว่าโดนตอนไหน

  1. พ.ร.บ. คุ้มครองรถ (ความเข้าใจผิดยอดฮิต) 

เหล่ากู๊ดดี้หลายคนเข้าใจว่ามี พ.ร.บ. แล้ว ถ้าชนขึ้นมาจะช่วยซ่อมรถให้ด้วย แต่จริงๆ แล้ว พ.ร.บ. คุ้มครองแค่ “คน” เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลหรือเงินชดเชยกรณีเสียชีวิต ส่วนเรื่องค่าซ่อมรถหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินต้องยกหน้าที่ให้ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+) ดูแลแทน

  1. ทุนประกันภัย ไม่เท่ากับราคารถที่ซื้อมา 

เวลาเห็นทุนประกันในกรมธรรม์น้อยกว่าราคารถที่ซื้อมาจริงไม่ต้องตกใจ เพราะทุนประกันจะอิงตามราคาตลาด ณ วันที่ทำประกัน (โดยปกติจะอยู่ที่ 80-90% ของราคาตลาด) เพื่อป้องกันการจงใจทำให้รถเสียหายเพื่อหวังเงินประกันที่สูงเกินมูลค่าจริงของรถในขณะนั้นนั่นเอง

  1. การระบุชื่อผู้ขับขี่ ไม่ได้แปลว่าคนอื่นขับไม่ได้ 

ถ้าเหล่ากู๊ดดี้เลือกแผนระบุชื่อเพื่อส่วนลดค่าเบี้ย แล้ววันหนึ่งเพื่อนขอยืมรถไปใช้แล้วเอาไปชน ประกันยังให้ความคุ้มครองอยู่นะ แต่แค่เราต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเพิ่มตามกฎ รวมๆ แล้วอาจสูงถึง 6,000-8,000 บาท เพราะถือว่าผิดเงื่อนไขที่ระบุไว้ว่าคนขับต้องเป็นคนที่มีชื่อในกรมธรรม์เท่านั้น

  1. ประกันชั้น 1 คุ้มครอง “ทุกกรณี” (แต่มีข้อยกเว้น) 

แม้จะได้ชื่อว่าคุ้มครองสูงสุด แต่ประกันชั้น 1 ก็มีจุดที่จะไม่จ่ายเด็ดขาด ข้อยกเว้นสำคัญคือ การเมาแล้วขับ (ปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด) ไม่มีใบขับขี่ หรือใช้รถผิดประเภท เช่น เอารถส่วนบุคคลไปวิ่งรับจ้าง ถ้าเกิดเหตุในกรณีเหล่านี้ บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการเคลมได้ทันที

รู้ศัพท์ประกันแล้ว ช่วยเลือกแผนยังไงได้บ้าง?

พอเหล่ากู๊ดดี้เริ่มคุ้นหูกับศัพท์ประกันแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สนุกกว่าคือการเอาความรู้มาเลือกซื้อแผนประกันให้คุ้มค่าจริงๆ บอกเลยว่ายิ่งรู้ศัพท์ยิ่งช่วยให้เราประหยัดเงินและได้ความคุ้มครองตรงใจแบบไม่ต้องเดาสุ่มเลย มาดูทริกการใช้ศัพท์ให้เป็นประโยชน์กัน

1. เลือกเบี้ยได้เหมาะกับงบ

บริหารเงินในกระเป๋าได้แบบมือโปรด้วยการเข้าใจความสัมพันธ์ของ Premium (เบี้ยประกัน) และ Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรก)  ถ้าปีไหนเหล่ากู๊ดดี้อยากประหยัดงบ ก็แค่เลือกแผนที่มีค่า Deductible สูงขึ้นหน่อยเพื่อแลกกับค่าเบี้ยที่ถูกลง เทคนิคนี้เหมาะมากสำหรับคนขับรถดี ประวัติขาวสะอาด เพราะช่วยเซฟเงินค่าเบี้ยรายปีไปได้หลายพันบาท โดยที่รถคันโปรดของเรายังได้รับความคุ้มครองในวงเงินที่สูงเท่าเดิม

2. เลือกความคุ้มครองได้ตรงความเสี่ยง

อุดรอยรั่วความเสี่ยงได้ตรงจุดเมื่อเหล่ากู๊ดดี้รู้จักเช็ก Coverage (ความคุ้มครอง) และ Exclusion (ข้อยกเว้น) ให้เป็น เช่น ถ้าต้องขับรถลุยพื้นที่น้ำท่วมขังบ่อยๆ ก็ต้องเลือกแผนที่ระบุความคุ้มครองภัยธรรมชาติให้ชัดเจน การสแกนหาข้อยกเว้นจะช่วยให้เราไม่พลาดท่า เวลาเกิดเหตุแล้วเคลมไม่ได้เพราะผิดเงื่อนไข ทำให้เรามั่นใจว่าเงินทุกบาทที่จ่ายไปคือการซื้อความสบายใจที่สามารถใช้งานได้จริงเมื่อถึงคราวคับขัน

3. เปรียบเทียบแผนได้ง่ายขึ้น

สแกนหาแผนที่ใช่ได้ไวในพริบตา เพราะการเข้าใจศัพท์เทคนิคจะช่วยให้เหล่ากู๊ดดี้อ่านตารางเปรียบเทียบกรมธรรม์ได้ง่าย ไม่โดนตัวเลขเยอะๆ หลอกตา เราจะมองออกทันทีว่าทุนประกัน (Sum Insured) ของเจ้าไหนคุ้มค่ากว่า หรือเงื่อนไขการซ่อมอู่และซ่อมห้างของที่ไหนตอบโจทย์ที่สุด การเปรียบเทียบข้อมูลที่อยู่บนบรรทัดฐานเดียวกัน จะช่วยให้เห็นข้อดีข้อเสียของแต่ละบริษัทได้ชัด จนได้แผนประกันที่สมเหตุสมผลในที่สุด

เมื่อเข้าใจศัพท์ประกันมากขึ้น การเลือกแผนที่เหมาะกับตัวเองก็ง่ายขึ้น สามารถเช็กและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ได้ที่ heygoody เพื่อดูความคุ้มครองและราคาในแบบที่เหมาะสมนะ!

สรุป

การรู้ศัพท์ประกันรถยนต์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เหล่ากู๊ดดี้เลือกความคุ้มครองได้คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจเรื่อง Premium ที่ต้องจ่าย หรือการใช้ Deductible มาช่วยลดค่าเบี้ยให้ถูกลง รวมถึงการแยกแยะความแตกต่างของการเคลมแต่ละประเภทเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ การสละเวลาทำความเข้าใจภาษาประกันแค่เล็กน้อยจะช่วยลดโอกาสเลือกแผนผิดพลาด และทำให้ขั้นตอนการเคลมราบรื่น ไม่ต้องมานั่งกังวลกับค่าใช้จ่ายแฝงหรือข้อยกเว้นที่มองข้ามไป ช่วยให้ทุกการขับขี่ของเหล่ากู๊ดดี้เต็มไปด้วยความสบายใจ

ถ้าเหล่ากู๊ดดี้กำลังมองหาประกันที่จริงใจและเข้าใจง่าย เฮ้กู๊ดดี้ขอแนะนำให้ลองมาเช็กและเปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่ heygoody เราคัดสรรแผนประกันจากบริษัทชั้นนำมาให้เลือกแบบโปร่งใส ไม่ซับซ้อน ซื้อผ่านออนไลน์ได้ทันที พร้อมอยู่เคียงข้างให้คุณอุ่นใจในทุกเส้นทาง!

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศัพท์ประกัน (FAQ)

ซ่อมห้างกับซ่อมอู่ คำว่า ‘ห้าง’ ในที่นี้หมายถึงอะไร?

ในส่วนของซ่อมห้าง คำว่า ‘ห้าง’ หมายถึง ศูนย์บริการรถยนต์อย่างเป็นทางการ (Official Dealer) ของยี่ห้อรถนั้นๆ  ไม่ได้เกี่ยวกับห้างสรรพสินค้าที่เหล่ากู๊ดดี้ไปเดินช็อปปิงกันนะ แต่เป็นการเรียกเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเราจะส่งรถเข้าซ่อมกับช่างของศูนย์โดยตรง พร้อมอะไหล่แท้แน่นอน

‘คู่กรณี’ ในทางประกันหมายถึงอะไร?

คู่กรณี คือบุคคลหรือสิ่งของที่เข้ามาเกี่ยวข้องในอุบัติเหตุกับเรา ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์อีกคัน มอเตอร์ไซค์ คนเดินถนน หรือแม้แต่ทรัพย์สินอย่างเสาไฟฟ้าและรั้วบ้าน ถ้าเกิดเฉี่ยวชนขึ้นมา สิ่งเหล่านั้นจะถูกนับเป็นคู่กรณีที่บริษัทประกันต้องเข้ามาช่วยบริหารจัดการ

เคลมแห้ง คืออะไร?

เคลมแห้ง (Dry Claim) คือการแจ้งเคลมความเสียหายย่อยๆ ย้อนหลัง ที่ไม่ได้แจ้งทันที ณ ที่เกิดเหตุ เป็นการรวบรวมรอยขีดข่วนหรือรอยหินดีดที่เกิดขึ้นมานาน แล้วมาแจ้งเคลมทีเดียวก่อนที่เหล่ากู๊ดดี้จะทำการต่อประกันในปีต่อไปนั่นเอง

Deductible กับ Excess ต่างกันยังไง?

Deductible คือยอดเงินที่เราสมัครใจเลือกจ่ายเองเพื่อแลกกับค่าเบี้ยประกันที่ถูกลง ส่วน Excess คือค่าธรรมเนียมบังคับ 1,000 บาท ที่ต้องจ่ายตามกฎ คปภ. เมื่อเหล่ากู๊ดดี้แจ้งเคลมแบบระบุคู่กรณีไม่ได้ หรือแจ้งเหตุการณ์ไม่ชัดเจน

Coverage กับ Exclusion ต่างกันยังไง?

Coverage คือขอบเขตความคุ้มครองหรือรายการที่ประกันสัญญาว่าจะจ่ายค่าเสียหายให้เหล่ากู๊ดดี้ ส่วน Exclusion คือข้อยกเว้นหรือเหตุการณ์ที่ระบุชัดเจนว่าประกันจะไม่จ่ายเด็ดขาด เช่น การเมาแล้วขับหรือการไม่มีใบขับขี่

แชร์
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
แชร์
แชร์
25 รางวัล
การันตีความสำเร็จ
จากเวทีระดับโลก
ดูรางวัลทั้งหมด
IIC ASIA Awards 2026
  • DATA & ANALYTICS VISIONARY AWARD
  • WOMEN IN INSURANCE LEADERSHIP AWARD
IDC Future Enterprise Awards 2025
Winner หมวดหมู่ Special Award for Digital Native Business
Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore
Silver หมวดหมู่ Best Financial & Investment Influencer Campaign
The Asian Banker
Winner หมวดหมู่ RETAIL FINANCE DIGITAL AND FRICTIONLESS AWARDS- Best Customer Experience Initiative – "Do Not Call" Policy
Digital CX Awards 2025
Winner หมวดหมู่ Outstanding Digital CX Transformation in insurance- Thailand
CX Asia 2025
Silver หมวดหมู่ Best use of CX Technology
ITC Asia Awards
Winner หมวดหมู่ C-Suit of the year
Insure Tech Connect Asia
Brokerage Breakthrough · Data
Analytics Master Awards - 2024
Global Retail Banking Innovation
Best Customer Centric Business Model - 2024
New York Festivals Awards 2024
Best Customer Centric Business Model - 2024
The Work 2024
Film/TV Craft · Film/Web Film · Culture · Work for Good · Branded Content+Entertainment - 2024
Thailand Influencer Awards 2024 by Tellscore
Best Financial & Investment Influencer Campaign - 2024
AdPeople Awards & Symposium 2024
  • Silver หมวดหมู่ Craft
  • Bronze หมวดหมู่ Craft
  • Bronze หมวดหมู่ Film
Marketing Award of Thailand 2024
Silver -Brand Experience & Communication
ช่องทางการติดต่อ
เลขที่ใบอนุญาตประกันวินาศภัย ว00015/2556
เลขที่ใบอนุญาตเสนอขายประกันภัยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อลว 015521000/2563 บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
เลขที่ใบอนุญาตประกันวินาศภัย
chevron-down