ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง รวม 8 วิธีเช็ครู้ลึกทุกจุด

39 คน
แชร์
รวม 8 วิธีดูรถมือสองก่อนซื้อ

อยากมีรถเป็นของตัวเอง แต่ไม่อยากควักเงินก้อนโต? การเลือกซื้อรถมือสองเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่ก่อนตัดสินใจควักกระเป๋า หลายคนคงสงสัยว่า จะซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง? วันนี้ heygoody มัดรวม 8 วิธีการดูรถมือสองแบบมืออาชีพ เช็คละเอียดยิบทุกซอกทุกมุม ไร้กังวลโดนย้อมแมว!

รวมวิธีดูรถมือสองอย่างละเอียดก่อนซื้อ

ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง

วิธีเลือกซื้อรถมือสองให้ปลอดภัย แนะนำให้เช็ค 8 ข้อสำคัญ ตามนี้เลย

1. ประวัติการใช้งานย้อนหลัง

ข้อแรกสำคัญมาก อย่าลืมตรวจสอบประวัติการใช้งานย้อนหลังว่าเป็นยังไง เปลี่ยนเจ้าของมาแล้วกี่ครั้ง เคยชนหนักมั้ย? เคยถูกน้ำท่วมรึเปล่า? ถ้าผ่านความเสียหายมาบ้าง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ถ้าเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงอย่างชนหนัก ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม อาจส่งผลต่อการบำรุงรักษารถในอนาคตได้ 

ถัดมาแนะนำให้นำข้อมูลของรถไปตรวจสอบกับสำนักงานขนส่ง เกี่ยวกับประวัติการชำระภาษี การทำผิดกฎหมาย หรือการจดทะเบียนไม่ถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจว่า รถที่ซื้อมาขาวสะอาด ป้องกันปัญหาที่อาจตามมาภายหลัง

2. สภาพตัวถังโดยรวม

มาเริ่มเช็คภายนอกรถจากสภาพตัวถังกันเลย ซึ่งมี 4 จุดต้องดู ดังนี้

สีตัวถังรอบคัน

ทริคในการดูสีตัวถังง่าย ๆ คือถ้าเป็นรถมือสองที่ไม่ได้ทำสี จะมีความสม่ำเสมอทั้งคัน ไม่เยิ้ม ไม่มีสีหยด ไม่เป็นผิวเปลือกส้มนูน เพื่อความชัวร์ลองเคาะเบา ๆ เพื่อฟังเสียง ถ้ารถที่ยังไม่ได้ทำสี เสียงจะโปร่ง ๆ แต่ถ้ารถที่มีการโป๊วและทำสีมาใหม่ เสียงจะทึบ ๆ

รอบยุบ รอยบุบ

จุดต่อมาเช็คง่ายด้วยตาเปล่า โดยดูตัวถังว่า มีรอยยุบ รอยบุบ รอยกระแทก หรือรอยขีดข่วนตรงไหนมั้ย? โดยเฉพาะบริเวณกันชนหน้าและหลัง ฝากระโปรง และด้านข้างตัวรถ เพราะถ้ารถมีปัญหาเหล่านี้ เวลาส่งซ่อมจะมีค่าใช้จ่ายสูง

กระจกรอบคัน

สังเกตกระจกรอบคันว่า มีโลโก้ยี่ห้อครบทุกบานมั้ย? รวมถึงกระจกสามเหลี่ยมด้านข้างบริเวณประตูหลังด้วย เพราะถ้าเป็นกระจกเดิมจากโรงงาน หรือกระจกแท้ต้องมีโลโก้ยี่ห้อทุกบาน

3. ตะเข็บรอบคัน

ต่อมาเป็นส่วนตะเข็บรอบคัน ต้องเช็คจุดไหนบ้าง ไปดูกันเลย

คานหน้ารถยนต์

จุดแรกให้ดูที่คานหน้ารถ โดยเปิดฝากระโปรงขึ้น แล้วสังเกตหัวนอตว่ามีรอยขันมั้ย? รอยสีหัวนอตถลอกมั้ย? คานมีสีใหม่ผิดปกติรึเปล่า? ถ้ารถมีการชนมา ไม่ว่าจะชนตรง ๆ หรือชนด้านข้าง หัวนอตจะมีร่องรอยความผิดปกติ บิดเบี้ยว หรือไม่กลมเรียบเนียนเหมือนมาจากโรงงาน

แก้มข้างตัวถัง

แก้ม 2 ข้างต้องมีรอยนูนเท่ากันและตรงกันทุกจุด ถ้ารอยนูนของด้านไหนหายไป หรือมีร่องรอยการซ่อม แสดงว่า ฝั่งที่รอยนูนหายไปอาจจะถูกชน หรือเคยผ่านการซ่อมมาแล้วประตูและขอบประตู

จุดนี้หลายคนไม่ค่อยสังเกต เพราะมีซีลยางขอบประตูปิดไว้ ให้ดึงยางขอบประตูออกมาดูทั้ง 4 บาน ถ้าหากรอยอาร์ก หรือรอยกลม ๆ ตามขอบยังอยู่ครบและมีความสม่ำเสมอถือว่าปกติ ยังไม่เคยผ่านการซ่อม

ตะเข็บหลังท้ายรถ

จุดสุดท้าย คือตะเข็บหลังท้ายรถ ให้สังเกตรอยอาร์กและรอยนูนทั้ง 2 ฝั่งต้องเท่ากัน ถ้ารอยอาร์กและรอยนูนของด้านไหนหายไปแม้แต่รอยเดียว แสดงว่าส่วนนั้นอาจถูกชนมา

4. สมรรถนะของรถยนต์

รูปลักษณ์ภายนอกผ่านแล้ว ต่อไปเป็นการตรวจสมรรถนะของรถยนต์

เครื่องยนต์

ให้สตาร์ตรถ แล้วสังเกตความผิดปกติ เครื่องยนต์ที่ดีต้องไม่มีเสียงแปลก ๆ เวลาสตาร์ตรถ ไม่มีกลิ่นไหม้ เข็มเกจวัดรอบไม่สวิง ขั้วแบตเตอรี่ต้องไม่มีขี้เกลือ สายพานที่ห้องเครื่องไม่หย่อน หม้อน้ำต้องไม่เป็นสนิม และที่สำคัญสีควันท่อไอเสียต้องใส ไม่มีสีขาวหรือสีดำออกมา

เกียร์

ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ ลองสตาร์ตเครื่องแล้วใส่เกียร์ D ดูว่ารถเคลื่อนที่ปกติมั้น? ถ้ารถไม่ยอมเดินหน้า แสดงว่าเกียร์ใกล้หมดอายุขัยแล้ว ไม่ควรซื้อ! ส่วนเกียร์ธรรมดาให้ลองขับให้ครบทุกเกียร์ รถมือสองที่ดีเกียร์ต้องไม่กระตุก หรือมีเสียงหอน

ระบบช่วงล่าง

วิธีเช็คช่วงล่างรถมือสองที่ดีที่สุด คือ การลองขับ แล้วลองเลี้ยวกลับรถ ถ้ามีเสียงดังเวลาเลี้ยว เบรกแล้วมีเสียงแปลก ๆ หรือขับทางขรุขระแล้วมีเสียงดังกุก ๆ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของช่วงล่างเสื่อมสภาพ สามารถซ่อมเฉพาะจุดได้ แต่ถ้าซื้อมาแล้วต้องซ่อมเองคงไม่คุ้มเท่าไหร่ 

ของเหลว

อย่าลืมตรวจสอบของเหลว เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก น้ำกลั่น และน้ำฉีดกระจก ซึ่งต้องไม่มีรั่วซึมและอยู่ในระดับที่พอดี ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป มีสีใส ไม่ดำ

สมรรถนะของรถยนต์

5. ภายในห้องโดยสาร

วิธีดูรถมือสองข้อต่อมา คือการตรวจสอบอุปกรณ์และส่วนประกอบภายในห้องโดยสาร

ระบบแอร์

แอร์ต้องเย็น ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีปัญหาแอร์รถมีแต่ลม หรือแอร์รถมีกลิ่นอับ เหม็นเปรี้ยว ข้อนี้เหมือนจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ เพราะแค่เปลี่ยนกรองแอร์ก็หายแล้ว แต่ถ้าต้องเปลี่ยนเองหลังจากซื้อรถมา แน่นอนว่าไม่คุ้ม!

พวงมาลัยและเรือนไมล์

พวงมาลัยหมุนแล้วต้องไม่ฝืดหรือค้าง และคืนตัวได้ ส่วนเรือนไมล์ระบบไฟต้องไม่รวน เข็มไมล์ไม่สวิง ที่สำคัญอย่าลืมเช็คเลขไมล์รถ ถ้าอายุการใช้งานประมาณ 1 ปี เลขไมล์จะอยู่ที่ 20,000-30,000 กม. แต่ถ้าใช้งานมาแล้ว 5-6 ปี แต่เลขไมล์ยังอยู่ที่ 50,000-60,000 กม. เป็นไปได้ว่า อาจมีการกรอเลขไมล์

ไฟส่องสว่าง

ไฟส่องสว่างสำคัญในการขับขี่มาก ต้องเช็คให้ชัวร์ว่า ติดทุกดวง ไม่มีดวงไหนขาด ทั้งไฟสูง ไฟต่ำ ไฟตัดหมอก ไฟเลี้ยว และไฟฉุกเฉิน

เบาะนั่งและพรม

ลองนั่งเบาะดูว่า นั่งแล้วสบายมั้ย? ปรับได้ปกติรึเปล่า? เข็มขัดนิรภัยใช้งานได้มั้ย? นอกจากนี้ให้สำรวจดูจุดอื่น ๆ ด้วย เช่น ใต้เบาะรถต้องไม่มีสนิมเขอระ บริเวณพรมต้องไม่มีเชื้อราขึ้น ไม่อย่างนั้นอาจสันนิษฐานได้ว่า รถเคยน้ำท่วมหรือจมน้ำมาก่อน

กลิ่นภายในรถ

ถ้ากลิ่นภายในรถเหม็นอับ อาจเกิดจากการขับรถลุยน้ำท่วมมาก่อน ทำให้พรมได้รับความชื้น หรือเกิดเชื้อราสะสม

ภายในห้องโดยสาร

6. ล้อแม็กและยาง

ล้อแม็กและยางยังคงดูดี มีดอกยางเหลือ ไม่บวม ปริ หรือแตก เพราะอาจทำให้รถสั่นขณะวิ่งด้วยความเร็วได้ ถ้าเจอความผิดปกติดังกล่าวควรรีบเปลี่ยนยางชุดใหม่ทันที

7. เลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์

ตรวจสอบเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ว่า ตรงกับเล่มทะเบียนรถมั้ย? โดยรถแต่ละรุ่นตำแหน่งเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์จะอยู่ต่างกัน ที่สำคัญเลขต้องไม่มีร่องรอยตะไบ ตอกเลขซ้ำ หรือตัวเลขไม่ชัดเจน

8. เล่มทะเบียนรถ

สุดท้ายต้องไม่ลืมเช็คเล่มทะเบียนรถให้แน่ใจว่าเป็นเล่มจริง ตัวอักษร ตัวเลขที่พิมพ์ในเล่มทะเบียนต้องไม่ผิดปกติ ไม่มีร่องรอยปลอมแปลงแก้ไข ระบุการเสียภาษีครบถ้วนทุกปี

นอกจากนี้ควรดูรายละเอียดการครอบครองรถ การโอนกรรมสิทธิ์ หรือการดัดแปลงรถ ที่ระบุไว้ในเล่มทะเบียน จะได้รู้ว่า รถคันนี้เปลี่ยนมือมาแล้วกี่คน? เจ้าของคนล่าสุดชื่อตรงกับบัตรประชาชนมั้ย? เพื่อป้องกันการโดนสวมรอยจากคนอื่น

ถ้ารถมือสอง ไม่มีเล่มทะเบียน อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อ! เพราะอาจเป็นรถหลุดจำนำ หรือรถที่ยังผ่อนไม่หมด เสี่ยงเจอไฟแนนซ์ตามทวงและยึดรถ แย่ไปกว่านั้น ถ้ารถคันนั้นอาจถูกขโมยมา อาจโดนข้อหารับซื้อรถของโจรได้!

ขับรถมือสองอย่างอุ่นใจ ด้วยประกันภัยรถยนต์จาก heygoody

ลองนำวิธีดูรถมือสองข้างต้นไปใช้ดู รับรองว่าไม่ยากเกินความสามารถอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่มั่นใจ heygoody แนะนำให้จ้างช่างมืออาชีพไปช่วยดูอีกแรง และสุดท้ายอย่าลืมเปรียบราคาจากหลายแห่ง เพื่อให้ได้รถมือสองที่คุ้มค่า ราคาโดนใจมากที่สุด

จะรถเก่าหรือรถใหม่ทำประกันไว้อุ่นใจกว่า! ถ้ารถมือสองของเหล่ากู๊ดดี้ยังไม่มีประกัน หรือประกันกำลังจะหมดอายุ อย่าลืมทำประกันรถยนต์เอาไว้ดูแลรถด้วยนะ ถ้าไม่รู้จะเลือกเจ้าไหน ลองมาเช็คเบี้ยประกันที่เว็บไซต์ heygoody ได้เลย เรารวมแผนประกันสุดคุ้มจากบริษัทประกันชั้นนำเอาไว้มากมาย สนใจตัวไหน กดซื้อเองได้ 24 ชม. 

ที่มา : one2car และ APRTECH

แชร์
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
แชร์
แชร์
chevron-down