เคลมประกันเดินทาง AXA ต้องใช้เอกสารพื้นฐานอะไรบ้าง?
เอกสารหลักที่คุณต้องเตรียมสำหรับทุกกรณีมี 4 อย่าง คือ แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมฉบับสมบูรณ์ สำเนาหน้าพาสปอร์ตที่มีตราประทับเข้าออก บอร์ดดิ้งพาสพร้อมตั๋วเครื่องบิน และสำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินโอน เอกสารทั้งสี่ชิ้นนี้ถือเป็นด่านแรกที่ฝ่ายสินไหมใช้ยืนยันตัวตนและช่วงเวลาเดินทางจริง
หากเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ การมี ประกันการเดินทางต่างประเทศ ติดตัวไว้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายกะทันหันได้อย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นระหว่างทริป สิ่งแรกที่คุณควรทำคือรวบรวมหลักฐานทุกชิ้นใส่ซองไว้ทันที
เอกสารที่ไม่สมบูรณ์มักทำให้ขั้นตอนการพิจารณาสะดุดลง การตรวจทานชื่อสะกดภาษาอังกฤษบนตั๋วโดยสารให้ตรงกับหน้าพาสปอร์ตจึงช่วยประหยัดเวลาได้หลายวัน หากซื้อตั๋วผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดาวน์โหลดไฟล์ E-Ticket เก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือล่วงหน้า
ในกรณีที่เดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ทุกคนต้องแยกชุดเอกสารของตนเองออกจากกัน แม้ว่าจะซื้อกรมธรรม์ฉบับเดียวกันก็ตาม ฝ่ายพิจารณาสินไหมจะเปิดแฟ้มตรวจสอบรายบุคคลตามเลขบัตรประชาชนและหมายเลขหนังสือเดินทาง
- แบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมประกันภัยการเดินทางของ AXA ที่กรอกรายละเอียดเหตุการณ์ครบถ้วน
- สำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรก และหน้าที่มีตราประทับตรวจคนเข้าเมืองขาเข้าและขาออก
- บัตรที่นั่งบนเครื่องบิน (Boarding Pass) หรือสำเนาตั๋วโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ระบุวันเวลาเดินทาง
- สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีชื่อตรงกับผู้เอาประกันภัยเพื่อรับเงินผลประโยชน์
สำเนาหนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบินต้องเตรียมอย่างไร?
สำเนาหนังสือเดินทางต้องถ่ายให้เห็น ข้อมูลหน้าแรกชัดเจนทุกตัวอักษร พร้อมถ่ายสำเนาหน้าที่มีตราประทับตรวจคนเข้าเมืองของทั้งประเทศไทยและประเทศปลายทาง เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าอุบัติเหตุหรือความเสียหายเกิดขึ้นภายในช่วงเวลาคุ้มครองจริง
ถ้าประเทศปลายทางใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองแบบอัตโนมัติที่ไม่มีตราประทับ ให้ใช้หลักฐานเที่ยวบินและการเดินทางแทน บอร์ดดิ้งพาสทั้งขาไปและขากลับจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ห้ามทิ้งระหว่างการเดินทางอย่างเด็ดขาด
หลายคนเผลอทิ้งบอร์ดดิ้งพาสลงถังขยะหลังจากลงเครื่องบิน หากทำหาย คุณสามารถขอหนังสือรับรองการเดินทางจากสายการบินย้อนหลังได้ แต่จะต้องเสียเวลารอเอกสารเพิ่มเติม
เตรียมไฟล์สแกนหรือรูปถ่ายที่คมชัด ไม่เบลอ และไม่มีแสงสะท้อนทับตัวหนังสือไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน การจัดระเบียบไฟล์ดิจิทัลจะช่วยให้ขั้นตอนอัปโหลดผ่านระบบออนไลน์ราบรื่นขึ้นมาก
การกรอกแบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมและหน้าสมุดบัญชีต้องระบุอะไร?
แบบฟอร์มเรียกร้องสินไหมต้องกรอก เลขที่กรมธรรม์และวันเวลาเกิดเหตุ ให้ตรงกับตารางกรมธรรม์อย่างเคร่งครัด พร้อมระบุพฤติการณ์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยสังเขป เช่น สาเหตุของอาการเจ็บป่วย หรือรายละเอียดที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
ในส่วนของข้อมูลบัญชีธนาคาร ชื่อเจ้าของบัญชีต้องเป็นชื่อเดียวกับผู้เอาประกันภัยเท่านั้น บริษัทประกันจะไม่โอนเงินสินไหมเข้าบัญชีของบุคคลอื่น เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน
ตรวจดูเลขที่บัญชีและชื่อธนาคารให้ถูกต้องครบถ้วน หากมีบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน คุณสามารถระบุลงในแบบฟอร์มเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการรับเงินได้เช่นกัน
อย่าลืมลงลายมือชื่อจริงในช่องผู้เอาประกันภัย หากยื่นเคลมทางออนไลน์และใช้ลายเซ็นดิจิทัล ตรวจสอบว่าระบบรองรับรูปแบบลายเซ็นของคุณอย่างถูกต้อง
ใบเสร็จตัวจริงและใบรับรองแพทย์ตรวจจุดไหนไม่ให้ตกหล่น?
ใบรับรองแพทย์ต้องระบุ การวินิจฉัยโรคและวันที่เข้ารักษา อย่างชัดเจนเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย พร้อมลงลายมือชื่อแพทย์ผู้ทำการรักษาและประทับตราโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ
สำหรับใบเสร็จรับเงิน ต้องเป็นใบเสร็จรับเงินฉบับจริงที่แสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายแยกเป็นรายหมวด เช่น ค่ายา ค่าตรวจวินิจฉัย และค่าธรรมเนียมแพทย์ โดยต้องระบุสกุลเงินท้องถิ่นอย่างครบถ้วน
หากโรงพยาบาลในต่างประเทศออกเอกสารเป็นภาษาท้องถิ่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ คุณอาจจำเป็นต้องแนบฉบับแปลภาษาอังกฤษเบื้องต้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่สินไหมเข้าใจรายละเอียดการรักษาได้ง่ายขึ้น
กรณีที่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน ให้เก็บใบเสร็จรับเงินทุกใบแม้จะเป็นยอดเงินเล็กน้อย เช่น ค่าผ้าพันแผลหรือค่ายาลดไข้ เพราะยอดเงินทั้งหมดสามารถนำมารวมเบิกตามวงเงินคุ้มครองได้
เช็กลิสต์เอกสารแยกตามประเภทความคุ้มครองมีอะไรบ้าง?
| ประเภทความเสียหาย | เอกสารหลักฐานสำคัญที่ต้องยื่น |
|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน (OPD / IPD) | ใบรับรองแพทย์ฉบับจริง, ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาตัวจริง, ใบแจกแจงรายการค่าใช้จ่าย |
| เที่ยวบินล่าช้า (Flight Delay) | หนังสือรับรองความล่าช้าจากสายการบินระบุสาเหตุและชั่วโมงที่ล่าช้า, บอร์ดดิ้งพาสเดิมและใหม่ |
| กระเป๋าเดินทางล่าช้า (Baggage Delay) | ใบรายงานความผิดปกติของสัมภาระ (PIR) จากสายการบิน, บันทึกวันเวลาที่รับกระเป๋าคืนจริง |
| กระเป๋าหรือทรัพย์สินเสียหาย/สูญหาย | ใบ PIR จากสายการบิน หรือรายงานบันทึกประจำวันของตำรวจท้องถิ่น, ภาพถ่ายความเสียหาย, ใบเสร็จราคาของ |
| การยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง | หลักฐานเหตุผลความจำเป็นทางการแพทย์หรือภัยพิบัติ, ใบเสร็จค่าธรรมเนียมที่ขอคืนไม่ได้จากโรงแรมหรือสายการบิน |
ขั้นตอนการยื่นเคลมประกันเดินทาง AXA ต้องทำอย่างไร?
การยื่นเคลมเริ่มจาก รวมหลักฐานทั้งหมดภายใน 30 วัน หลังจากเดินทางกลับถึงไทย จากนั้นเลือกช่องทางยื่นเอกสารที่สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเป็นระบบดิจิทัลผ่านหน้าเว็บไซต์ หรือการจัดส่งพัสดุเอกสารตัวจริงตรงไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทประกัน
ศึกษารายละเอียดของ วิธีเคลมประกันการเดินทาง ล่วงหน้า เพื่อให้เข้าใจกระบวนการทำงานของแต่ละช่องทาง การส่งเอกสารครบตั้งแต่รอบแรกจะช่วยลดขั้นตอนการติดต่อขอเอกสารย้อนหลังได้มาก
เมื่อเอกสารเข้าสู่ระบบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหมจะเปิดแฟ้มและส่งข้อความแจ้งเตือนพร้อมหมายเลขอ้างอิงการเคลม (Claim Reference Number) ให้คุณทราบทางอีเมลหรือข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ
เก็บหมายเลขอ้างอิงนี้ไว้เสมอ เพราะต้องใช้ทุกครั้งเมื่อต้องการสอบถามความคืบหน้า หรือเมื่อเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาขอเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
- รวบรวมเอกสารพื้นฐานและเอกสารเฉพาะกรณีให้ครบถ้วนตามรายการที่กำหนด
- เข้าสู่ระบบ AXA iClaim หรือเตรียมซองพัสดุเพื่อจัดส่งเอกสารตัวจริง
- กรอกข้อมูลและอัปโหลดไฟล์หลักฐานให้ตรงตามหมวดหมู่ความคุ้มครอง
- รับหมายเลขอ้างอิงการเคลมและรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายพิจารณาสินไหม
ยื่นผ่านระบบออนไลน์ AXA iClaim มีขั้นตอนอย่างไร?
ระบบ AXA iClaim ช่วยให้คุณ อัปโหลดไฟล์หลักฐานผ่านหน้าเว็บ ได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งไปรษณีย์สำหรับเคสที่ไม่ซับซ้อน เช่น เที่ยวบินล่าช้า หรือกระเป๋าเดินทางดีเลย์ที่ไม่เกินวงเงินเบื้องต้น
ขั้นตอนเริ่มจากการเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของ AXA แล้วเลือกเมนูบริการสินไหมออนไลน์ จากนั้นกรอกเลขที่กรมธรรม์ วันที่เกิดเหตุ และข้อมูลการติดต่อส่วนตัวให้ครบถ้วน
ระบบจะให้คุณเลือกหมวดหมู่ที่ต้องการเรียกร้อง พร้อมช่องให้แนบไฟล์ภาพถ่ายหรือไฟล์ PDF ของเอกสารที่เตรียมไว้ ตรวจสอบขนาดไฟล์และความคมชัดของภาพก่อนกดยืนยันการส่ง
หลังจากทำรายการเสร็จสิ้น หน้าจอจะแสดงรหัสยืนยันการรับเรื่อง พร้อมส่งอีเมลตอบรับอัตโนมัติมายังที่อยู่อีเมลของคุณเพื่อใช้ติดตามสถานะในระบบต่อไป
กรณีไหนบ้างที่ยังต้องส่งเอกสารตัวจริงทางไปรษณีย์?
เคสที่มี ใบเสร็จค่ารักษาและใบรับรองแพทย์ตัวจริง มักยังจำเป็นต้องส่งเอกสารฉบับจริงทางไปรษณีย์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเอกสารทางการเงินตามข้อกำหนดด้านการบัญชีและกฎหมายสินไหม
นอกจากนี้ กรณีทรัพย์สินสูญหายที่มีรายงานประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นในต่างประเทศ หรือกรณีเรียกร้องค่าสินไหมที่มีมูลค่าสูง บริษัทอาจขอตรวจสอบเอกสารต้นฉบับเพิ่มเติมเพื่อความรัดกุม
เมื่อต้องส่งเอกสารทางไปรษณีย์ แนะนำให้เลือกใช้บริการแบบลงทะเบียนหรือส่งพัสดุด่วนพิเศษ (EMS) เพื่อให้สามารถตรวจสอบรหัสการนำจ่ายพัสดุได้ตลอดเส้นทาง
อย่าลืมถ่ายสำเนาหรือสแกนเอกสารทุกชิ้นเก็บไว้กับตัวเองอย่างน้อยหนึ่งชุดก่อนนำส่ง เพื่อสำรองข้อมูลไว้ในกรณีที่พัสดุเกิดการสูญหายระหว่างขนส่ง
ซื้อผ่าน heygoody ให้ช่วยประสานงานติดตามเคลมได้อย่างไร?
หากคุณซื้อประกันภัยผ่านแพลตฟอร์มของ heygoody คุณสามารถ ทักแชทหาทีมงานเพื่อขอคำแนะนำ เกี่ยวกับชุดเอกสารที่ต้องใช้ในแต่ละกรณีได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องคลำหาทางเองคนเดียว
หลายคนอาจสงสัยเรื่องแผนคุ้มครองแบบ ประกันเดินทางต่างประเทศไม่ต้องสำรองจ่าย ซึ่งครอบคลุมค่ารักษาในเครือข่ายโรงพยาบาล ทีมงานของเราพร้อมช่วยตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์เบื้องต้นให้ทันที
เพียงแจ้งชื่อ นามสกุล และเลขที่กรมธรรม์ที่ซื้อผ่านเว็บไซต์ เจ้าหน้าที่จะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของรายการเอกสารก่อนที่คุณจะนำส่งให้บริษัทประกัน เพื่อลดความเสี่ยงที่เอกสารจะไม่ผ่านเกณฑ์
เราเป็นเพื่อนคู่คิดเรื่องประกันภัยที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าจะติดขัดปัญหาเรื่องการติดตามสถานะหรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม คุณสามารถติดต่อผ่าน LINE Official @heygoody ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ช่องทางการส่งเอกสารเคลมแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
| heygoody ช่วยประสานงาน | ยื่นออนไลน์ AXA iClaim | ส่งทางไปรษณีย์/เคาน์เตอร์ | |
|---|---|---|---|
| ความสะดวกในการยื่น | มีทีมงานช่วยตรวจเอกสารให้ก่อนส่ง | อัปโหลดไฟล์ผ่านเว็บได้ 24 ชั่วโมง | ต้องพิมพ์เอกสารและแพ็กพัสดุเอง |
| ความเร็วในการรับเรื่อง | ประสานงานตรงทันที | รับรหัสเคลมทันทีหลังส่งไฟล์ | รอพัสดุถึงสำนักงาน 2-3 วันทำการ |
| การส่งเอกสารฉบับจริง | แนะนำจุดที่จำเป็นต้องส่งตัวจริง | ส่งเฉพาะไฟล์ (ยกเว้นเคสขอเพิ่ม) | ส่งฉบับจริงทั้งหมดพร้อมเอกสาร |
| การติดตามสถานะ | ทักแชทสอบถามเจ้าหน้าที่ได้เลย | เช็กผ่านหน้าเว็บด้วยเลขเคลม | โทรสอบถาม Call Center |
ติดตามสถานะการเคลมประกันเดินทาง AXA ได้ที่ไหนบ้าง?
ช่องทางหลักที่สะดวกที่สุดคือ เช็กสถานะผ่านเว็บไซต์ AXA iClaim โดยใช้หมายเลขอ้างอิงการเคลมร่วมกับเลขบัตรประชาชนหรือเลขที่กรมธรรม์ ระบบจะแสดงขั้นตอนการพิจารณาแบบเรียลไทม์ตั้งแต่รับเรื่องจนถึงโอนเงิน
หากต้องการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง คุณสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ AXA ผ่านทางสายด่วนโทรศัพท์ในช่วงวันและเวลาทำการ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในกรณีที่สถานะไม่มีการเคลื่อนไหว
นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่ยื่นเรื่องออนไลน์ บริษัทจะมีการส่งข้อความอัปเดตความคืบหน้าผ่านทางอีเมลที่คุณลงทะเบียนไว้เป็นระยะ เช่น เมื่อได้รับเอกสารเพิ่มเติม หรือเมื่ออนุมัติยอดเงินเรียบร้อยแล้ว
หากซื้อประกันผ่าน heygoody คุณยังสามารถส่งข้อความสอบถามทีมงานของเราให้ช่วยโทรเช็กสถานะกับบริษัทประกันได้อีกหนึ่งช่องทาง เพิ่มความสบายใจโดยไม่ต้องคอยโทรตามเรื่องด้วยตัวเอง
- ระบบติดตามสถานะออนไลน์บนเว็บไซต์ AXA iClaim ตลอด 24 ชั่วโมง
- ศูนย์บริการลูกค้า AXA สายด่วนโทรศัพท์ 02-118-8111 ในวันและเวลาทำการ
- อีเมลแจ้งเตือนความคืบหน้าอัตโนมัติจากระบบสินไหมทดแทน
- LINE Official ของ heygoody เพื่อช่วยตรวจสอบและติดตามเรื่องให้แบบส่วนตัว
ระยะเวลาการพิจารณาและจ่ายเงินสินไหมใช้เวลากี่วัน?
| ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน | เที่ยวบินล่าช้า (Flight Delay) | กระเป๋าสัมภาระล่าช้า | |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลาพิจารณาเอกสารเบื้องต้น | 3-5 วันทำการ | 1-3 วันทำการ | 1-3 วันทำการ |
| เกณฑ์ความล่าช้าขั้นต่ำที่คุ้มครอง | เข้ารักษาทันทีขณะเกิดเหตุ | ดีเลย์ต่อเนื่องเกิน 6 ชั่วโมง | ล่าช้าต่อเนื่องเกิน 6-8 ชั่วโมง |
| กำหนดเวลาจ่ายเงินตามเกณฑ์ คปภ. | ภายใน 15 วันทำการ | ภายใน 15 วันทำการ | ภายใน 15 วันทำการ |
| ระยะเวลาโอนเงินเฉลี่ยหลังอนุมัติ | 3-7 วันทำการ | 3-5 วันทำการ | 3-5 วันทำการ |
10 เหตุการณ์ที่พบบ่อยในการเคลมประกันเดินทางมีอะไรบ้าง?
| อันดับ | เหตุการณ์ที่พบบ่อย | เอกสารสำคัญที่สุดที่ต้องมี |
|---|---|---|
| 1 | เจ็บป่วยกะทันหันขณะอยู่ต่างประเทศ (อาหารเป็นพิษ/ไข้หวัด) | ใบรับรองแพทย์ระบุการวินิจฉัย และใบเสร็จค่ารักษาตัวจริง |
| 2 | เที่ยวบินขาออกล่าช้าเกิน 6 ชั่วโมงขึ้นไป | หนังสือรับรองเวลาล่าช้าจากสายการบินระบุสาเหตุชัดเจน |
| 3 | กระเป๋าเดินทางมาช้ากว่าผู้โดยสารข้ามคืน | ใบ PIR จากสายการบินและเอกสารเซ็นรับกระเป๋าคืนจริง |
| 4 | เกิดอุบัติเหตุหกล้มหรือบาดเจ็บจากการท่องเที่ยว | ใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลท้องถิ่นและใบเสร็จค่าใช้จ่าย |
| 5 | กระเป๋าเดินทางแตกหักเสียหายจากการขนส่ง | ใบเคลมสัมภาระชำรุดจากสายการบินและภาพถ่ายรอยแตกร้าว |
| 6 | ทรัพย์สินหรือกระเป๋าสตางค์ถูกขโมย/วิ่งราว | รายงานบันทึกประจำวันของตำรวจท้องที่เกิดเหตุภายใน 24 ชม. |
| 7 | หนังสือเดินทางสูญหายระหว่างท่องเที่ยว | ใบแจ้งความตำรวจท้องถิ่นและใบเสร็จทำพาสปอร์ตชั่วคราว |
| 8 | ต้องยกเลิกทริปก่อนเดินทางจากเหตุป่วยหนัก | ใบรับรองแพทย์ยืนยันการไม่สามารถเดินทางได้และบิลโรงแรม |
| 9 | พลาดการต่อเที่ยวบินจากการดีเลย์ของไฟลท์แรก | บอร์ดดิ้งพาสทั้งสองเที่ยวบินและหนังสือรับรองจากสายการบิน |
| 10 | ต้องเลื่อนวันเดินทางกลับเนื่องจากคนในครอบครัวป่วย | หลักฐานความสัมพันธ์ครอบครัวและใบเสร็จค่าเลื่อนตั๋วเดินทาง |
ข้อผิดพลาดอะไรที่ทำให้การอนุมัติเคลมล่าช้าหรือถูกปฏิเสธ?
ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งคือ ลืมขอเอกสารรับรองจากสนามบิน หรือสถานพยาบาลก่อนเดินทางกลับไทย เช่น เดินออกจากสายพานรับสัมภาระโดยไม่ได้แจ้งเคาน์เตอร์ Lost & Found เพื่อขอใบ PIR หรือออกจากคลินิกโดยขอมาเพียงใบเสร็จแต่ไม่มีใบรับรองแพทย์
ไม่ว่าคุณจะเลือกทำ ประกันเดินทางรายเที่ยวและรายปี เงื่อนไขเรื่องหลักฐานต้นฉบับยังคงสำคัญเหมือนกัน การกลับมาขอเอกสารย้อนหลังข้ามประเทศมักทำได้ยากมากหรืออาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
อีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยคือการยื่นเรื่องล่าช้าเกินกำหนด 30 วันนับจากวันเกิดเหตุ บริษัทประกันอาจขอให้คุณชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่ส่งเอกสารล่าช้า ซึ่งอาจทำให้ขั้นตอนการพิจารณาถูกเลื่อนออกไป
นอกจากนี้ การถ่ายภาพเอกสารไม่ชัดเจน ลายมือชื่อไม่ตรง หรือหน้าสมุดบัญชีธนาคารมีชื่อไม่ตรงกับผู้เอาประกันภัย ล้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพักเรื่องไว้เพื่อรอเอกสารแก้ไข
- ออกจากสนามบินโดยไม่ได้ขอใบ PIR เมื่อสัมภาระล่าช้าหรือเสียหาย
- รับการรักษาพยาบาลแต่ไม่ได้ขอใบรับรองแพทย์ฉบับระบุโรคชัดเจน
- ถูกขโมยทรัพย์สินแต่ไม่ได้ไปแจ้งความกับตำรวจท้องที่ภายใน 24 ชั่วโมง
- ส่งเอกสารหลักฐานเกินกำหนดเวลา 30 วันหลังจากสิ้นสุดการเดินทาง
ตารางสรุปเอกสารและระยะเวลาเคลมตามเงื่อนไขกรมธรรม์เป็นอย่างไร?
| หมวดความคุ้มครอง | เอกสารจำเป็น | กรอบเวลายื่นเรื่อง | ช่องทางตรวจสถานะ |
|---|---|---|---|
| ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน | ใบรับรองแพทย์, ใบเสร็จตัวจริง, พาสปอร์ต, หน้าบุ๊กแบงก์ | ภายใน 30 วันหลังจบทริป | AXA iClaim / Call Center |
| เที่ยวบินล่าช้าเกิน 6 ชม. | หนังสือรับรองจากสายการบิน, บอร์ดดิ้งพาสทั้งสองเที่ยว | ภายใน 30 วันหลังเกิดเหตุ | AXA iClaim ออนไลน์ |
| สัมภาระเดินทางล่าช้า | ใบ PIR จากสนามบิน, หลักฐานเวลารับกระเป๋าจริง | ภายใน 30 วันหลังเกิดเหตุ | AXA iClaim ออนไลน์ |
| ทรัพย์สินสูญหาย/ถูกขโมย | ใบแจ้งความตำรวจท้องถิ่น, ใบเสร็จราคาทรัพย์สิน | ภายใน 30 วันหลังเกิดเหตุ | AXA iClaim / ส่งพัสดุ |
สรุปคำแนะนำในการเตรียมตัวและรักษาสิทธิการเคลมมีอะไรบ้าง?
เคล็ดลับสำคัญในการรักษาสิทธิคือ ถ่ายภาพเอกสารหลักฐานทุกชิ้นเก็บไว้ ในสมาร์ตโฟนทันทีที่ได้รับระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นตั๋วโดยสาร ใบรับรองแพทย์ หรือใบรายงานของสายการบิน เพื่อป้องกันการสูญหายระหว่างทางกลับบ้าน
จำกฎทอง 30 วันไว้ให้ขึ้นใจ หลังจากลงเครื่องบินกลับถึงประเทศไทย ให้รีบเคลียร์เอกสารและยื่นผ่านระบบออนไลน์ภายในสัปดาห์แรก ยิ่งส่งไว ข้อมูลยังสดใหม่ เจ้าหน้าที่จะตรวจและอนุมัติเงินคืนเข้าบัญชีได้เร็วยิ่งขึ้น
หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มเติม แวะมาปรึกษาทีมงาน heygoody ได้เสมอ เราพร้อมช่วยตรวจเช็กความเรียบร้อยเพื่อให้ทริปท่องเที่ยวของคุณจบลงด้วยความสบายใจสูงสุด
ข้อมูลนี้เป็นคำแนะนำทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น การอนุมัติและวงเงินชดเชยที่แท้จริงขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในกรมธรรม์ของบริษัทประกันภัยและหลักเกณฑ์ของสำนักงาน คปภ. ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบเงื่อนไขในเล่มกรมธรรม์ของตนเองเป็นหลัก






































