ป่วยวันสุดท้ายทริปเรือจนต้องแอดมิทสิงคโปร์ ประกัน AXA คุ้มครองไหม
คุ้มครองอย่างแน่นอน หากอาการเจ็บป่วยเกิดขึ้นกะทันหันในระหว่างที่กรมธรรม์ยังมีผลบังคับใช้ และแพทย์ผู้ตรวจรักษามีความเห็นทางการแพทย์เป็นลายลักษณ์อักษรว่าผู้เอาประกันจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในต่อเนื่องจนไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ตามกำหนดเดิม กรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของ AXA ที่ซื้อผ่านแพลตฟอร์ม heygoody จะเปิดระบบการขยายระยะเวลาความคุ้มครองโดยอัตโนมัติออกไปสูงสุดไม่เกิน 15 วันทันที
เหตุการณ์เจ็บป่วยในวันสุดท้ายของการเดินทางเป็นฝันร้ายที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากพบเจอบ่อยครั้ง โดยเฉพาะทริปเรือสำราญที่ต้องเทียบท่ามารีน่าเบย์ ครูซ เซ็นเตอร์ สิงคโปร์ เพื่อต่อเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ ความคุ้มครองขยายเวลาอัตโนมัติ 15 วัน ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์ลักษณะนี้โดยตรง ผู้เอาประกันจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อวันเดินทางเพิ่มระหว่างนอนแอดมิท
สิ่งที่ชี้ขาดความคุ้มครองคือจุดเริ่มต้นของอาการป่วย จะต้องเกิดขึ้นก่อนเวลาสิ้นสุดความคุ้มครองของกรมธรรม์ฉบับเดิม หากเรือสำราญเทียบท่าช่วงเช้าและกรมธรรม์สิ้นสุดเวลาเที่ยงคืนของวันนั้น การเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในสิงคโปร์ช่วงบ่ายย่อมอยู่ภายใต้สัญญาประกันภัยฉบับเดิมอย่างสมบูรณ์
การเลือกทำ ประกันการเดินทางต่างประเทศ ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางช่วยปิดความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาลในประเทศที่มีค่าครองชีพสูงอย่างสิงคโปร์ได้อย่างมั่นใจ
เงื่อนไขการขยายเวลาคุ้มครองอัตโนมัติ 15 วันของ AXA ทำงานอย่างไร
กลไกการขยายเวลาอัตโนมัติจะเริ่มนับตั้งแต่วินาทีที่กรมธรรม์เดิมหมดอายุลง และให้ความคุ้มครองต่อเนื่องยาวนานสูงสุด 15 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาพยาบาลดำเนินไปจนกระทั่งแพทย์ลงความเห็นว่าผู้ป่วยมีสภาพร่างกายพร้อมสำหรับการเดินทางกลับสู่ประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
เงื่อนไขสำคัญที่สุดอยู่ที่หนังสือรับรองทางการแพทย์ แพทย์เจ้าของไข้ต้องระบุชัดเจนว่าผู้ป่วยไม่สามารถโดยสารเครื่องบินพาณิชย์กลับประเทศได้ตามกำหนดเดิม หนังสือรับรองทางการแพทย์ระบุข้อจำกัดการบิน คือเอกสารหลักที่ทีมพิจารณาสินไหมของ AXA ใช้เพื่ออนุมัติการขยายวันคุ้มครองในระบบ
หากผู้ป่วยสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายในวันที่ 5 ของช่วงขยายเวลา สิทธิ์การคุ้มครองจะสิ้นสุดลงทันทีเมื่อผู้ป่วยเดินทางกลับถึงประเทศไทยและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อจนครบ 15 วันเต็ม
วงเงินค่ารักษาพยาบาลยังคงยึดตามแผนประกันเดิมที่เลือกซื้อไว้ เช่น หากซื้อแผนที่มีวงเงินรักษาพยาบาล 2,500,000 บาท ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดการรักษาในสิงคโปร์รวมช่วงขยายเวลาจะต้องไม่เกินเพดานวงเงินนี้
การวินิจฉัยของแพทย์ระบุความจำเป็นในการรักษาตัวแบบผู้ป่วยใน
แพทย์ผู้ตรวจในสิงคโปร์จะต้องออกเอกสารวินิจฉัยที่ยืนยันว่าการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นความจำเป็นเร่งด่วนทางการแพทย์ การเจ็บป่วยแบบรับยากลับไปพักที่โรงแรมจะไม่เข้าข่ายการขยายเวลา 15 วันนี้
เมื่อแพทย์สั่งรับตัวเข้าเป็นผู้ป่วยใน (IPD) สถานพยาบาลจะเปิดประวัติการรักษาอย่างเป็นทางการ คำสั่งรับตัวผู้ป่วยในเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกส่งไปยังศูนย์ประสานงานฉุกเฉินของบริษัทประกันเพื่อเปิดแฟ้มเคลมฉุกเฉินทันที
หากผู้ป่วยขอแอดมิทเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้ การประเมินจึงต้องอิงมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรมเป็นสำคัญ
การเริ่มมีอาการป่วยก่อนสิ้นสุดระยะเวลาเอาประกันตามกรมธรรม์
เวลาที่เกิดอาการเจ็บป่วยเป็นเงื่อนไขชี้ขาดที่ตรวจสอบได้จากบันทึกทางการแพทย์ฉบับแรก อาการจะต้องสำแดงและมีการบันทึกการตรวจรักษาก่อนนาฬิกาจะบอกเวลาหมดอายุของกรมธรรม์ฉบับเดิม
หากกรมธรรม์ของคุณคุ้มครองถึงวันที่ 12 ตุลาคม เวลา 23.59 น. การเข้ารับการตรวจที่ห้องพยาบาลบนเรือช่วงค่ำของวันที่ 12 จะถือเป็นหลักฐานยืนยัน บันทึกประวัติการตรวจรักษาครั้งแรก จะใช้เป็นหมุดอ้างอิงความคุ้มครอง
ในทางกลับกัน หากลงจากเรือแล้วกลับไปพักคอยที่โรงแรมโดยไม่ได้เข้ารับการตรวจ และเพิ่งมีอาการหนักในวันถัดไปหลังจากกรมธรรม์หมดอายุ สัญญาประกันภัยจะไม่ขยายความคุ้มครองให้
การประสานงานส่งตัวผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลบนเกาะสิงคโปร์
การส่งตัวจากท่าเรือเข้าสู่โรงพยาบาลในสิงคโปร์ต้องประสานงานผ่านหน่วยกู้ชีพท้องถิ่นหรือทีมแพทย์ท่าเรือทันทีที่เรือเข้าเทียบท่า เพื่อให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปตามระเบียบสาธารณสุขสิงคโปร์
โรงพยาบาลปลายทางอาจเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล เช่น Singapore General Hospital หรือโรงพยาบาลเอกชน เช่น Raffles Hospital การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานสากล จะช่วยให้การรับรองสิทธิ์ผ่านเครือข่ายประกันภัยดำเนินไปอย่างราบรื่น
ทีมแพทย์ประจำเรือจะส่งมอบประวัติการรักษาเบื้องต้นให้แก่แพทย์ประจำห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรับส่งต่อ เพื่อให้การรักษาดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อ
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินและการขยายเวลามีรายละเอียดความคุ้มครองอย่างไร
| AXA แผน Silver | AXA แผน Gold | AXA แผน Platinum | |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลาขยายความคุ้มครองอัตโนมัติ | สูงสุด 15 วัน | สูงสุด 15 วัน | สูงสุด 15 วัน |
| วงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล IPD | สูงสุด 1,500,000 บาท | สูงสุด 3,000,000 บาท | สูงสุด 5,000,000 บาท |
| บริการการันตีไม่ต้องสำรองจ่าย IPD | รองรับผ่านสายด่วน 24 ชม. | รองรับผ่านสายด่วน 24 ชม. | รองรับผ่านสายด่วน 24 ชม. |
| บริการเคลื่อนย้ายทางการแพทย์ฉุกเฉิน | ตามวงเงินที่กำหนด | ตามวงเงินที่กำหนด | ไม่จำกัดวงเงินสูงสุด |
| การชดเชยการเลื่อนเที่ยวบินขากลับ | คุ้มครองตามใบเสร็จจริง | คุ้มครองตามใบเสร็จจริง | คุ้มครองตามใบเสร็จจริง |
เมื่อเกิดอาการป่วยบนเรือสำราญต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อรักษาสิทธิ์
รีบเข้าพบแพทย์ประจำเรือสำราญทันทีที่เริ่มมีอาการผิดปกติ อย่ารอดูอาการจนกระทั่งก้าวเท้าลงจากเรือ เพราะบันทึกเวชระเบียนของแพทย์บนเรือคือพยานหลักฐานชิ้นเอกที่ระบุวันเวลาการเจ็บป่วยอย่างแม่นยำที่สุด
ห้องพยาบาลบนเรือสำราญมีอุปกรณ์การแพทย์เบื้องต้นครบครันและสามารถออกเอกสารการรักษาฉุกเฉินได้ เวชระเบียนห้องพยาบาลประจำเรือสำราญ จะระบุการวินิจฉัยเบื้องต้น ยาที่ได้รับ และข้อแนะนำในการส่งตัวเข้าโรงพยาบาลบนฝั่งสิงคโปร์
แจ้งเจ้าหน้าที่เรือว่าต้องการเอกสารสรุปอาการฉุกเฉินและใบแจ้งหนี้เพื่อใช้ส่งต่อให้โรงพยาบาลปลายทาง ค่ารักษาพยาบาลบนเรือสามารถนำมารวมเบิกในหมวดค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินของประกันเดินทางได้เช่นกัน
การเตรียมตัวและเข้าใจ ขั้นตอนการเคลมประกันเดินทาง ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความสับสนและป้องกันการตกหล่นของเอกสารสำคัญในสถานการณ์คับขัน
การตรวจรักษาเบื้องต้นที่ห้องพยาบาลประจำเรือสำราญ
ห้องพยาบาลบนเรือสำราญเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับกรณีฉุกเฉิน เมื่อมีไข้สูง ปวดท้องรุนแรง หรือหายใจติดขัด ให้กดโทรศัพท์จากห้องพักเพื่อขอรับความช่วยเหลือทันที
แพทย์บนเรือจะประเมินว่าอาการป่วยสามารถควบคุมได้ด้วยยาหรือจำเป็นต้องส่งตัวเข้าโรงพยาบาลบนบก การประเมินความปลอดภัยของผู้โดยสาร ถือเป็นมาตรการหลักของกัปตันและทีมแพทย์ประจำเรือสำราญทุกลำ
ค่าใช้จ่ายในการตรวจรักษาบนเรือมักจะถูกบันทึกเข้าสู่บัญชีห้องพักของผู้โดยสาร ซึ่งคุณสามารถขอพิมพ์ใบเสร็จแจกแจงรายการค่ารักษาเพื่อใช้ยื่นเคลมประกันได้ในภายหลัง
การขอเวชระเบียนและเอกสารสรุปอาการฉุกเฉินจากแพทย์ประจำเรือ
ก่อนที่เรือจะเทียบท่า ให้แจ้งพยาบาลประจำเรือเพื่อขอ Medical Report ฉบับภาษาอังกฤษ เอกสารนี้ต้องมีลายเซ็นของแพทย์ผู้ตรวจพร้อมระบุเวลาที่เริ่มมีอาการอย่างชัดเจน
เอกสารฉบับนี้จะทำหน้าที่เป็นใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในสิงคโปร์ ช่วยให้แพทย์ท้องถิ่นวางแผนการรักษาต่อได้รวดเร็วขึ้น เวชระเบียนภาษาอังกฤษฉบับสมบูรณ์ ยังช่วยลดขั้นตอนการซักประวัติซ้ำซ้อนในห้องฉุกเฉิน
อย่าลืมขอสำเนาผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ผลตรวจเลือด หรือผลตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ที่ดำเนินการบนเรือเก็บไว้ด้วยเพื่อประกอบการเคลมสินไหม
การส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในสิงคโปร์ผ่านท่าเรือมารีน่าเบย์
เมื่อเรือสำราญเทียบท่าที่ Marina Bay Cruise Centre Singapore เจ้าหน้าที่เรือจะประสานงานทีมแพทย์ท่าเรือเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นกรณีพิเศษ
รถพยาบาลฉุกเฉินจะเข้ารับผู้ป่วยจากข้างตัวเรือเพื่อนำส่งโรงพยาบาลที่ประสานงานไว้ล่วงหน้าทันที ช่องทางเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินท่าเรือ จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางสู่ห้องฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย
ผู้ร่วมเดินทางควรเก็บบันทึกเวลาที่รถพยาบาลออกจากท่าเรือและเอกสารส่งตัวจากท่าเรือไว้เป็นหลักฐานประกอบแฟ้มการเดินทางด้วย
อัตราค่ารักษาพยาบาลในสิงคโปร์กับการเคลมไม่ต้องสำรองจ่ายเทียบกันอย่างไร
| โรงพยาบาลรัฐบาลสิงคโปร์ | โรงพยาบาลเอกชนสิงคโปร์ | ห้องพยาบาลบนเรือสำราญ | |
|---|---|---|---|
| ประมาณการค่าห้องเดี่ยวผู้ป่วยในต่อคืน | 15,000 - 25,000 บาท | 25,000 - 45,000 บาท | - |
| ค่าธรรมเนียมแพทย์ห้องฉุกเฉินเริ่มต้น | 5,000 - 8,000 บาท | 8,000 - 15,000 บาท | 4,000 - 7,000 บาท |
| ระบบการันตีสิทธิ์ไม่ต้องสำรองจ่าย (GOP) | รองรับตามเกณฑ์เครือข่าย | รองรับตามเกณฑ์เครือข่าย | ต้องสำรองจ่ายก่อนนำมาเคลม |
| ระยะเวลาประสานงานออกใบรับรองสิทธิ์ | ภายใน 2 - 4 ชั่วโมง | ภายใน 1 - 2 ชั่วโมง | - |
หากต้องนอนโรงพยาบาลฉุกเฉินในสิงคโปร์ต้องติดต่อขอความช่วยเหลืออย่างไร
ติดต่อศูนย์บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน AXA Hotline ตลอด 24 ชั่วโมงที่หมายเลข +66 2118 8111 ทันทีที่ทราบผลการวินิจฉัยว่าต้องนอนโรงพยาบาล เพื่อให้ทีมงานเปิดระบบประสานงานกับโรงพยาบาลในสิงคโปร์โดยเร็วที่สุด
แจ้งเลขที่กรมธรรม์ ชื่อผู้เอาประกัน โรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา และเบอร์ติดต่อของแพทย์เจ้าของไข้ การขอหนังสือรับรองความคุ้มครองทางการเงิน (GOP) จากบริษัทประกันจะช่วยให้โรงพยาบาลไม่ต้องเรียกเก็บมัดจำเงินสดก้อนใหญ่จากคุณ
หากเกิดเหตุติดขัดเรื่องภาษาหรือเอกสาร ทีมงาน heygoody พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยแนะนำขั้นตอนการส่งเอกสารผ่านช่องทาง LINE Official ได้ตลอดเวลา เพื่อให้คุณอุ่นใจว่ามีเพื่อนคอยดูแลอยู่ข้างๆ เสมอ
หลายคนอาจสงสัยเรื่องเครือข่ายสถานพยาบาล การศึกษาข้อมูล ประกันเดินทางต่างประเทศไม่ต้องสำรองจ่าย จะช่วยให้เข้าใจกระบวนการทำงานของโรงพยาบาลพันธมิตรในต่างแดนได้ดียิ่งขึ้น
รายการความคุ้มครองและข้อยกเว้นการขยายเวลามีอะไรบ้าง
| หมวดหมู่การพิจารณา | รายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครอง |
|---|---|
| ค่าห้องและค่าอาหารผู้ป่วยใน | คุ้มครองตามจริงไม่เกินวงเงินผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลของแผนประกันเดิม |
| ค่ายาและค่าธรรมเนียมทางการแพทย์ | ครอบคลุมการรักษาภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันตามความจำเป็นทางการแพทย์ |
| การเลื่อนตั๋วโดยสารกลับประเทศไทย | ชดเชยค่าธรรมเนียมเปลี่ยนตั๋วหรือค่าตั๋วเที่ยวบินใหม่แบบชั้นประหยัด |
| โรคเรื้อรังหรือสภาพที่เป็นมาก่อน | ยกเว้นความคุ้มครอง เว้นแต่จะมีระบุความคุ้มครองพิเศษในเอกสารแนบท้าย |
| การตรวจรักษาแบบผู้ป่วยนอกทั่วไป | ไม่ขยายเวลาคุ้มครองอัตโนมัติ หากไม่มีคำสั่งแอดมิทจากแพทย์ผู้ตรวจ |
| ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษา | ยกเว้น เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่ามินิบาร์ และค่าบริการพิเศษในโรงพยาบาล |
อาการป่วยแบบไหนบ้างที่ประกันเดินทางไม่ครอบคลุมช่วงขยายเวลา
ข้อยกเว้นสำคัญอันดับหนึ่งคือโรคประจำตัวหรือสภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-existing Conditions) หากอาการที่กำเริบขึ้นมาสืบเนื่องมาจากโรคเรื้อรังที่เคยได้รับการรักษามาก่อนหน้าการเดินทาง กรมธรรม์จะไม่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้
นอกจากนี้ อาการเจ็บป่วยที่เป็นผลโดยตรงหรือโดยอ้อมจากการดื่มสุราหรือสารเสพติดจนไม่สามารถครองสติได้ ภาวะแทรกซ้อนจากการดื่มแอลกอฮอล์เกินเกณฑ์ จะถูกจัดเป็นข้อยกเว้นสากลตามข้อกำหนดของสำนักงาน คปภ. ทันที
การตรวจรักษาที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น การตรวจเช็กร่างกายทั่วไป หรือการรักษาเพื่อความสวยงาม ก็ไม่เข้าเกณฑ์การขยายเวลาอัตโนมัติเช่นกัน
หากแพทย์มีความเห็นว่าสามารถรับประทานยาและเดินทางกลับไปรักษาต่อที่ประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย แต่ผู้เอาประกันปฏิเสธและขอนอนโรงพยาบาลต่อเอง ค่าใช้จ่ายส่วนเกินนับจากวันที่แพทย์อนุญาตให้กลับจะไม่สามารถเบิกเคลมได้
เอกสารที่ต้องเตรียมจากโรงพยาบาลสิงคโปร์เพื่อยื่นเคลมมีอะไรบ้าง
| ลำดับ | ชื่อเอกสารสำคัญ | วัตถุประสงค์ในการยื่นพิจารณาสินไหม |
|---|---|---|
| 1 | ใบรับรองแพทย์ฉบับเต็มภาษาอังกฤษ (Medical Report) | ยืนยันการวินิจฉัย วันเวลาเริ่มป่วย และเหตุผลความจำเป็นในการแอดมิท |
| 2 | ใบแจ้งหนี้แจกแจงรายการฉบับทางการ (Itemized Inpatient Bill) | แสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายแยกเป็นหมวดหมู่ ค่ายา ค่าห้อง ค่าตรวจ |
| 3 | ใบเสร็จรับเงินฉบับจริง (Official Receipt) | หลักฐานการชำระเงินกรณีมีส่วนต่างหรือต้องสำรองจ่ายไปก่อน |
| 4 | เวชระเบียนส่งตัวจากห้องพยาบาลเรือสำราญ | หลักฐานชี้ชัดว่าอาการเจ็บป่วยเริ่มเกิดขึ้นระหว่างอยู่บนเรือ |
| 5 | เอกสารรับรองความพร้อมในการบิน (Fit to Fly Certificate) | แพทย์ออกให้เมื่อสิ้นสุดการรักษาเพื่อยืนยันว่าบินกลับไทยได้แล้ว |
| 6 | ตั๋วเรือสำราญและบัตรขึ้นเรือ (Cruise Boarding Pass) | ยืนยันกำหนดการเดินทางเดิมและวันสิ้นสุดโปรแกรมทัวร์ทางเรือ |
| 7 | ตั๋วเครื่องบินขากลับเดิมและตั๋วใหม่ที่มีการเลื่อน | ใช้ประกอบการเบิกค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน |
| 8 | สำเนาหนังสือเดินทางพร้อมตราประทับเข้าสิงคโปร์ | แสดงสถานะการเดินทางเข้าออกประเทศและการตรวจคนเข้าเมือง |
| 9 | แบบฟอร์มการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของ AXA | กรอกรายละเอียดเหตุการณ์ บัญชีธนาคาร และลงลายมือชื่อผู้เอาประกัน |
| 10 | สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารในประเทศไทย | สำหรับรับเงินค่าสินไหมทดแทนโอนเข้าบัญชีหลังการอนุมัติ |
การเคลมค่าตั๋วเครื่องบินขากลับและค่าใช้จ่ายติดตามผลทำอย่างไร
เมื่ออาการป่วยดีขึ้นจนแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลและออกใบ Fit to Fly ให้เรียบร้อย ผู้เอาประกันสามารถติดต่อสายการบินเพื่อขอเลื่อนเที่ยวบินเดิมหรือออกตั๋วโดยสารเที่ยวบินใหม่ในชั้นประหยัดได้ทันที
กรมธรรม์ประกันเดินทาง AXA ให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มในการเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินขากลับอันเนื่องมาจากการเจ็บป่วยสาหัส การชดเชยค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวกลับตามจริง จะพิจารณาจากส่วนต่างที่เกิดขึ้นหลังจากหักเงินคืนที่ได้รับจากสายการบินเดิมแล้ว
เก็บใบเสร็จรับเงินค่าตั๋วเครื่องบินใบใหม่ เอกสารยืนยันการยกเลิกหรือเลื่อนตั๋วจากสายการบินเดิม และนำมายื่นประกอบการเคลมพร้อมเอกสารทางการแพทย์ทั้งหมด
หลังจากเดินทางกลับถึงประเทศไทย หากแพทย์ในสิงคโปร์สั่งให้ต้องตรวจติดตามอาการต่อเนื่อง คุณสามารถเข้ารับการรักษาต่อในโรงพยาบาลที่ไทยได้ตามเงื่อนไขการรักษาต่อเนื่องที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
แผนประกันเดินทาง AXA แต่ละระดับบน heygoody มีตารางเปรียบเทียบอย่างไร
| ชื่อแผนความคุ้มครอง | วงเงินค่ารักษาพยาบาลต่างประเทศ | การขยายเวลาอัตโนมัติ | การเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน |
|---|---|---|---|
| AXA Smart Traveller Plus (Eco) | สูงสุด 1,000,000 บาท | สูงสุด 15 วัน | ตามวงเงินที่กำหนด |
| AXA Smart Traveller Plus (Silver) | สูงสุด 1,500,000 บาท | สูงสุด 15 วัน | ตามวงเงินที่กำหนด |
| AXA Smart Traveller Plus (Gold) | สูงสุด 3,000,000 บาท | สูงสุด 15 วัน | ตามวงเงินที่กำหนด |
| AXA Smart Traveller Plus (Platinum) | สูงสุด 5,000,000 บาท | สูงสุด 15 วัน | ไม่จำกัดวงเงินสูงสุด |
ทำไมการซื้อประกันเดินทาง AXA ผ่าน heygoody จึงช่วยให้จัดการเหตุฉุกเฉินง่ายขึ้น
heygoody เป็นโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่คิดด้านประกันภัย เพื่อให้ผู้เดินทางทุกคนเข้าถึงแผนประกันที่โปร่งใสและตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง
การซื้อแผนประกันภัย AXA ผ่านแพลตฟอร์ม heygoody ช่วยให้คุณได้รับกรมธรรม์แบบดิจิทัล (E-Policy) ทันทีทางอีเมล พร้อมเอกสารสรุปความคุ้มครองภาษาอังกฤษที่นำไปใช้แสดงต่อโรงพยาบาลได้สะดวกรวดเร็ว บริการช่วยเหลือและประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้คุณไม่ต้องโดดเดี่ยวเมื่อเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินในต่างแดน
เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทีมงาน heygoody พร้อมช่วยให้คำแนะนำเรื่องการเตรียมเอกสารเคลมสินไหมอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้การยื่นเอกสารเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่ต้องเสียเวลาส่งเอกสารซ้ำซ้อน
ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับเงื่อนไขกรมธรรม์ ผู้เอาประกันควรตรวจสอบรายละเอียดความคุ้มครอง ข้อยกเว้น และคำแนะนำทางการแพทย์จากโรงพยาบาลหรือบริษัทประกันโดยตรงก่อนตัดสินใจ






































