
Key Takeaway
เวลาไปเที่ยวในประเทศ บางคนคิดว่า ก็แค่ขึ้นรถ ขึ้นเครื่อง ไปนอนรีสอร์ตในไทยเอง ไม่น่ามีอะไรให้ต้องจริงจังถึงขั้นทำประกัน แต่อุบัติเหตุ ล้มบาดเจ็บ อาหารเป็นพิษ หรือเจ็บป่วยกะทันหันระหว่างทริป เกิดขึ้นได้เสมอ คำถามคือ… แล้วควรทำประกันเดินทางในประเทศ หรือประกันอุบัติเหตุ (PA) ดี?
ประกันเดินทางในประเทศจะคุ้มครองเฉพาะช่วงที่เราออกเดินทาง เช่น อุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล การยกเลิกทริป หรือสัมภาระสูญหาย เสียหาย ส่วนประกันอุบัติเหตุ (PA) คุ้มครองอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมง ตลอดทั้งปี ไม่ได้จำกัดแค่ตอนเราออกทริป บทความนี้จะพาเหล่ากู๊ดดี้ไปดูว่าทั้งสองแบบต่างกันอย่างไร ใช้ตอนไหนคุ้ม เที่ยวแบบไหนเหมาะกับประกันแบบไหน

ประกันเดินทางในประเทศ คือประกันที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ทำงาน หรือไปธุระภายในประเทศเท่านั้น จุดสำคัญคือคุ้มครองเฉพาะช่วงเดินทาง ตามวันที่และระยะเวลาที่ระบุในกรมธรรม์ ไม่ได้คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงแบบรายปี คนที่มีทริปเป็นครั้งๆ เช่น ทริปเที่ยว ทริปทำงานต่างจังหวัด เหมาะกับประกันแบบนี้เพราะเลือกซื้อเป็นรายทริปได้

เบี้ยประกันเดินทางในประเทศคิดตาม “จำนวนวันและระดับความคุ้มครอง” ยิ่งเดินทางนาน วงเงินคุ้มครองสูง หรือมีความคุ้มครองพิเศษ เช่น กีฬาเสี่ยง อุบัติเหตุร้ายแรง ค่ารักษาสูง เบี้ยก็สูงขึ้นตาม ปัจจัยที่มีผลรวมถึงระยะเวลาเดินทาง จำนวนวันต่อทริป อายุผู้เอาประกัน จุดหมาย ลักษณะทริป และวงเงินคุ้มครองที่เลือก เช่น ค่ารักษา กรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือคุ้มครองกระเป๋าเดินทาง
สำหรับราคาโดยประมาณ เบี้ยประกันเดินทางในประเทศหลายเจ้าเข้าถึงง่าย เริ่มต้นตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อยบาทต่อวัน ต่อคน ทำให้เหมาะกับซื้อรายทริปมากกว่ารายปี เพราะควบคุมงบได้ ชำระตามจริงเฉพาะวันที่ออกเดินทาง และปรับวงเงินคุ้มครองแต่ละทริปให้เหมาะกับสไตล์การเที่ยวในครั้งนั้นได้

ประกัน PA คือประกันที่คุ้มครองความเสี่ยงจากอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน ไม่ได้จำกัดแค่ตอนเดินทางหรือท่องเที่ยว เน้นความคุ้มครองกรณีบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม รถชน ถูกของตกใส่ ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ทุกเวลา ภายในระยะเวลาที่ทำประกัน เช่น แบบรายปี ช่วยเป็นหลักประกันให้คนในครอบครัวถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น

เบี้ยประกันอุบัติเหตุ (PA) ส่วนใหญ่จะเป็นโครงสร้างชำระรายปี จ่ายเป็นก้อนเดียวล่วงหน้า แล้วได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมงตลอดทั้งปี เบี้ยคงที่ตามทุนประกันที่เลือก เช่น ทุน 200,000, 500,000, 1,000,000 บาท เบี้ยก็ไล่ระดับกันไป คุ้มค่า เพราะจ่ายครั้งเดียวแต่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะหกล้ม รถชน หรืออุบัติเหตุระหว่างทำกิจวัตรประจำวันและเดินทาง ทำให้หลายคนใช้ PA เป็นประกันพื้นฐานติดตัวควบคู่กับประกันสุขภาพหรือประกันเดินทางในแต่ละทริป
ตารางเปรียบเทียบประกันเดินทางในประเทศกับประกันอุบัติเหตุ (PA)
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ประกันเดินทางในประเทศ | ประกันอุบัติเหตุ (PA) |
|---|---|---|
| ระยะเวลาความคุ้มครอง | คุ้มครองเฉพาะช่วงเวลาเดินทางตามวันที่ระบุในกรมธรรม์ | คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ตามระยะเวลารายปี |
| ขอบเขตการคุ้มครองหลัก | เน้นความเสี่ยงระหว่างทริปเดินทางหรือท่องเที่ยวในประเทศ | เน้นอุบัติเหตุในชีวิตประจำวันทุกสถานการณ์ |
| ลักษณะการซื้อ | ซื้อเป็นรายทริป เลือกวันไป-กลับได้ | ซื้อรายปี ใช้คุ้มครองอุบัติเหตุทั้งปี |
| ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล | ครอบคลุมอุบัติเหตุ และหลายแผนรวมถึงเจ็บป่วยระหว่างทริปด้วย | ครอบคลุมเฉพาะค่ารักษาจากอุบัติเหตุเท่านั้น |
| ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ | มี แต่เน้นเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจทางเลือก | จุดเด่นของ PA เหมาะกับกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ |
| การยกเลิกหรือเลื่อนทริป | คุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เสียไป | โดยปกติไม่คุ้มครอง |
| คุ้มครองสัมภาระ | คุ้มครองตามวงเงินที่กำหนด | โดยทั่วไปไม่คุ้มครอง |
| ความเหมาะสม | เหมาะกับการเดินทางเป็นครั้งๆ | เหมาะเป็นประกันพื้นฐานติดตัว |
| วิธีคิดเบี้ย | คิดตามจำนวนวันเดินทาง | คิดตามทุนประกัน รายปี |
คลายข้อกังวลไปแล้วว่าถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นระหว่างไปเที่ยว ใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ประกันเดินทางในประเทศเหมาะกับคนที่เที่ยวหรือเดินทางเป็นครั้งคราว แล้วอยากได้ความคุ้มครองเฉพาะทริป เช่น อุบัติเหตุ ค่ารักษา ยกเลิกทริป หรือสัมภาระมีปัญหาในช่วงวันที่เดินทางเท่านั้น ส่วนประกันอุบัติเหตุ (PA) เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตเสี่ยง เดินทางบ่อย หรืออยากมีหลักประกันระยะยาวที่คุ้มครองอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมง ไม่ได้จำกัดเฉพาะตอนเที่ยว
ถ้าเหล่ากู๊ดดี้คนไหนที่ชอบเดินทางแล้วยังทำกิจกรรมเสี่ยง อยากได้ทั้งคุ้มครองทริปและชีวิตประจำวัน การมีประกันทั้งสองแบบจะอุ่นใจกว่ามาก ถ้าวางแผนไปต่างประเทศด้วย ลองดูประกันการเดินทางต่างประเทศ จาก heygoody ที่ช่วยเปรียบเทียบประกันเดินทางในประเทศหลายแผนจากหลายบริษัทในที่เดียว เลือกความคุ้มครองค่ารักษา อุบัติเหตุ เที่ยวบินดีเลย์ ยกเลิกทริป และกระเป๋าหายให้เหมาะกับงบของแต่ละคนได้ เข้าใจง่ายและระบบซื้อออนไลน์จบในไม่กี่ขั้นตอน
ให้การท่องเที่ยวครั้งนี้มีแต่ประสบการณ์ดีๆ เลือกประกันที่ heygoody เลย!
ควรซื้อเพิ่ม ถ้ามีทริปที่อยากไปและอยากได้ความคุ้มครองเรื่องค่ารักษาเจ็บป่วยระหว่างเที่ยว ยกเลิกทริป หรือสัมภาระ เพราะ PA เน้นเฉพาะอุบัติเหตุ ไม่ครอบคลุมเรื่องทริปและกระเป๋าแบบประกันเดินทาง
เพราะคุ้มครองแค่ช่วงเวลาที่เดินทาง ไม่ได้คุ้มครองทั้งปีแบบ PA ระยะรับความเสี่ยงสั้นกว่า จึงคิดเบี้ยตามจำนวนวันและทริป ทำให้ค่าเบี้ยต่อครั้งถูกกว่าแบบรายปี
ส่วนใหญ่จะอยู่ในประกันเดินทาง (ทั้งในและต่างประเทศ) ในหมวด Emergency Medical Evacuation หรือค่าเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน มีวงเงินเฉพาะต่างหาก ประกัน PA บางแบบอาจมี แต่ต้องดูเงื่อนไขแต่ละกรมธรรม์
ในหลายแผน ประกันเดินทาง (โดยเฉพาะแบบท่องเที่ยว) ให้วงเงินค่ารักษาต่อครั้งสูงกว่า PA มาตรฐาน เพราะออกแบบมารองรับค่ารักษาฉุกเฉินระหว่างเดินทาง แต่ PA บางแบบก็เพิ่มวงเงินได้เหมือนกัน จึงต้องเทียบตัวเลขจริงของแต่ละแผน
ประกันเดินทางคุ้มครองเจ็บป่วยจากเหตุไม่ใช่อุบัติเหตุ เช่น อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย ไข้ขึ้น ระหว่างทริป ถ้าแผนนั้นครอบคลุมเจ็บป่วยด้วย ส่วน PA ปกติคุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุ ไม่ครอบคลุมเจ็บป่วยทั่วไป
ส่วนใหญ่ไม่มี หรือมีในวงเงินจำกัดมาก เพราะประกันเดินทางเน้นค่ารักษา ทริป และสัมภาระ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทดแทนรายได้ ในทางกลับกัน ประกัน PA หลายแบบมีค่าชดเชยรายได้ต่อวันถ้าต้องนอนโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุ
ถ้าขับรถเที่ยวเอง แนะนำมีทั้งประกันรถและ PA เป็นพื้นฐาน และถ้าทริปใหญ่หรือไกล สามารถซื้อประกันเดินทางเพิ่มเพื่อคุ้มครองค่ารักษา ทริป หรือสัมภาระให้ครบมากขึ้น PA เองคุ้มครองตัวคนจากอุบัติเหตุ แต่ไม่ดูแลเรื่องเลื่อนทริปหรือกระเป๋า
ขึ้นกับเงื่อนไขกีฬาเสี่ยงของแต่ละตัว แต่ในภาพรวม ถ้าเป็นทริปเฉพาะกิจ เช่น เดินป่าหรือปีนเขา 2-3 วัน ประกันเดินทางที่ระบุครอบคลุมกิจกรรม Adventure จะตอบโจทย์ทริปมากกว่า ถ้าใช้ชีวิตทำกิจกรรมเสี่ยงตลอดปี การมี PA ที่ครอบคลุมกีฬาหรืองานเสี่ยงด้วยจะคุ้มกว่า
ส่วนใหญ่เบี้ยต่อทริปแค่หลักสิบหรือไม่กี่ร้อยบาท แต่ช่วยคุ้มครองค่ารักษา ยกเลิกทริป และสัมภาระเสียหาย เลยถือว่าคุ้มมากสำหรับคนที่ไม่อยากเสี่ยงจ่ายก้อนใหญ่เองถ้าเกิดเหตุ โดยเฉพาะทริปที่ต้องบิน หรือพักโรงแรมหลายคืน
ถ้าเน้นคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุในระยะยาว การเพิ่มทุน PA รายปีจะคุ้มกว่าในแง่ความคุ้มครองต่อเนื่อง แต่ถ้าอยากได้ความคุ้มครองเรื่องค่ารักษาเจ็บป่วย ยกเลิกทริป และสัมภาระเฉพาะบางทริป การซื้อประกันเดินทางรายเที่ยวถือว่าตรงจุดและยืดหยุ่นกว่า


























