← กลับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์ชั้น 1,2,3 ต่างกันยังไง ซื้อแบบไหนดี?

1969 คน
แชร์
เปรียบเทียบประกันรถยนต์ชั้น 1,2,3

พูดถึงเรื่องประกันเมื่อไหร่ หลายๆ คนอาจรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เพราะดูมีรายละเอียดเยอะ ตัวเลือกเยอะ แถมยังมีข้อยกเว้นอีกเพียบ แต่ถ้าเป็นเรื่องประกันรถยนต์ บอกเลยว่า heygoody เชี่ยวชาญเป็นที่สุด วันนี้เราจะพาทุกคนไปเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ละประเภทว่าแตกต่างกันยังไง สรุปมาให้แบบง่ายๆ จะได้เลือกซื้อให้เหมาะกับตัวเอง

ยาวไปเลือกอ่านได้นะ ซ่อน

ประกันรถยนต์ชั้น 1

สำหรับคนที่เพิ่งออกรถคันใหม่ อาจมองหาประกันชั้น 1  เพราะเป็นประกันที่มีความคุ้มครองสูงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี แต่เมื่อเปรียบเทียบกับประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่นๆ แล้ว ประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็มาพร้อมกับเบี้ยประกันที่สูงกว่าด้วย heygoody ลิสต์ให้ดูว่าประกันประเภทนี้ดีกว่าประเภทอื่นยังไง

ประกันรถยนต์ชั้น 1

ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง?

สำหรับประกันชั้น 1 ของแต่ละบริษัทอาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งให้ความคุ้มครองกับรถยนต์ส่วนบุคคลที่ไม่เกิน 7 ที่นั่ง และส่วนมากรถที่อายุไม่เกิน 7 ปี สามารถซื้อประกันประเภทนี้ได้ ทั้งรถใหม่และรถมือสอง ในส่วนของเงื่อนไขอาจมีความแตกต่างกันออกไปตามแต่ละข้อกำหนดของแต่ละบริษัท แต่ส่วนมากนั้นมีความคุ้มครองที่เหมือนกันดังต่อไปนี้

  • คุ้มครองรถยนต์ ผู้เอาประกันและคู่กรณี รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งและทรัพย์สินอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
  • คุ้มครองรถยนต์ ผู้เอาประกันและทรัพย์สิน ในอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น ขับรถชนเสาไฟหรือชนกำแพง
  • มีการคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหายและไฟไหม้ รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ด้วย โดยต้องดูที่ทุนประกันที่ทำเอาไว้
  • คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว วาตภัย ไฟป่า หรือฟ้าผ่า
  • มีการประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา เช่น ในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์
  • มีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้กับผู้ขับขี่ คุ้มครองเมื่อสูญเสียอวัยวะ พิการ หรือเสียชีวิต

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง?

เห็นได้ว่าประกันรถยนต์ประเภทนี้มีความคุ้มครองที่ครอบคลุม แต่ก็มีข้อยกเว้นที่บริษัทประกันส่วนใหญ่ไม่เสนอความคุ้มครองให้ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากสาเหตุบางอย่าง เช่น

  • กรณีเกิดอุบัติเหตุเพราะเมาแล้วขับ ทางบริษัทประกันไม่ทำเรื่องเคลมประกันให้ทุกกรณี เนื่องจากเกิดจากความประมาท โดยผู้ที่เมาแล้วขับต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
  • กรณีที่ใช้รถยนต์เพื่อบรรทุกหรือขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย ทางประกันไม่รับเคลมทุกกรณี
  • ไม่มีใบอนุญาตขับขี่แล้วเกิดอุบัติเหตุ ทางบริษัทประกันก็ไม่รับเคลมเช่นกัน เพราะถือว่าผิดกฎหมายตั้งแต่แรก
  • ถ้ามีการปรับแต่งตัวรถ เครื่องยนต์หรืออื่นๆ ส่วนมากแล้วเข้าข่ายไม่ได้รับความคุ้มครอง ทางที่ดีควรแจ้งกับทางบริษัทประกันก่อนว่าต้องการแต่งรถส่วนไหนบ้าง เพื่อเจรจาความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น แต่ก็มักมาพร้อมกับค่าเบี้ยที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของค่าเสียหายส่วนแรกที่มักถูกกำหนดอยู่ในสัญญาประกัน ส่วนมากไม่เกิน 5,000 บาท เวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วความเสียหายไม่เกินค่าเสียหายส่วนแรก บริษัทประกันจะไม่ช่วยออกค่าเสียหาย แต่ผู้เอาประกันต้องเป็นคนออกเองทั้งหมด

สรุปแล้ว ประกันชั้น 1 เหมาะกับใครบ้าง?

heygoody ขอสรุปให้ชัดๆ กันตรงนี้เลยว่า ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะกับคนที่ใช้รถบ่อย ใช้ขับทางไกล รวมไปถึงมือใหม่หัดขับ เพราะมีความคุ้มครองที่ครบถ้วน ไม่ต้องกังวลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ถึงแม้ว่าจะมาพร้อมกับเบี้ยประกันที่สูงกว่าประเภทอื่นๆ แต่เรียกว่าเหมือนได้ซื้อความอุ่นใจให้กับตัวเองไปเต็มๆ ถ้าหากอยากได้ประกันรถชั้น 1 ที่ราคาดีๆ ผ่อนชำระได้ ลองเข้ามามองหาและเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับ heygoody ได้นะ รับรองว่าได้ประกันที่ถูกใจแน่นอน

ประกันรถยนต์ชั้น 2+

ถ้าหากรถยนต์มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป ไม่สามารถทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ แต่ยังต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุมอยู่ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ นับเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะให้ความคุ้มครองทั้งในกรณีที่รถหาย ไฟไหม้ และเกิดอุบัติเหตุ โดยจะซ่อมรถให้ทั้งรถของผู้ถือประกันและรถของคู่กรณี เหมือนกับการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เลย

ประกันรถยนต์ชั้น 2+

ประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง?

สิ่งที่ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ให้ความคุ้มครอง มีดังนี้

  • คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี
  • กรณีที่รถยนต์ไฟไหม้จากเครื่องยนต์ระเบิด
  • กรณีที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว วาตภัย ไฟป่า หรือฟ้าผ่า
  • ให้ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก ทั้งชีวิต ร่างกาย อนามัย และทรัพย์สิน
  • ให้ความรับผิดชอบผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ในกรณีที่เสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า และสายตา
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • ค่าประกันตัวผู้ขับขี่

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง?

แม้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่มีข้อยกเว้นเช่นกัน โดยประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไม่คุ้มครองตัวรถของผู้เอาประกันในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี เช่น

  • โดนชนแล้วหนี จับคู่กรณีไม่ได้
  • ขับรถชนเสาไฟฟ้า แบริเออร์ ฟุตบาท หรือรั้ว
  • ขับรถตกข้างทางเพราะถนนลื่น

สรุปแล้ว ประกันชั้น 2+ เหมาะกับใครบ้าง?

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มครองเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากรถยนต์มีอายุเกิน 5 ปีขึ้นไป โดยให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม ทั้งอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันตัว และทุพพลภาพ ยังไงก็ตาม การคุ้มครองตัวรถของผู้เอาประกัน คุ้มครองเฉพาะอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีเท่านั้น

ประกันรถยนต์ชั้น 2

สำหรับใครที่มองหาประกันภัยรถยนต์ที่ราคาถูกลงมาหน่อย แต่ยังมีความคุ้มครองที่ค่อนข้างครบถ้วน ประกันชั้น 2 นับเป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกัน เพราะสามารถทำได้ทั้งรถใหม่ และรถที่อายุเกิน 5 ปีขึ้นไป มีค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่าชั้น 1 และมีความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกัน

ประกันรถยนต์ชั้น 2

ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง?

เมื่อเปรียบเทียบประกันชั้น 2 กับชั้น 1 แล้ว เห็นได้เลยว่าใกล้เคียงกันมาก โดยมีข้อแตกต่างเพียงเล็กน้อยตามข้อสรุปข้างล่างนี้เลย

  • ให้ความคุ้มครองและชดเชยค่าเสียหาย ในกรณีที่รถหาย หรือเกิดไฟไหม้เท่านั้น
  • คุ้มครองบุคคลภายนอก ทรัพย์สิน และผู้ขับที่เป็นคู่กรณี
  • มีทุนสำหรับการประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา
  • มีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซึ่งอาจแตกต่างออกไปตามแต่ละประเภทกรมธรรม์และบริษัท

ประกันรถยนต์ชั้น 2 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง?

อย่างที่บอกไปว่ามีบางอย่างที่ประกันชั้น 2 นั้นไม่ครอบคลุม ซึ่งหลักๆ เป็นเรื่องของค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี หลักๆ นั้นมีสิ่งที่ไม่คุ้มครองตามนี้

  • กรณีขับรถขนสิ่งของหรือทรัพย์สินอื่นๆ เช่น เสาไฟฟ้า รั้วบ้าน กำแพง หรือทางเดินเท้า
  • กรณีที่รถลื่นลงข้างทางหรือไหล่ทาง
  • กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วคู่กรณีหนีไป หาตัวไม่เจอ
  • กรณีที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว วาตภัย ไฟป่า หรือฟ้าผ่า

นอกจากข้อยกเว้นเหล่านี้แล้ว ยังมีข้อยกเว้นที่เหมือนกับประกันชั้น 1 ด้วย ในกรณีที่ใช้รถยนต์ผิดกฎหมาย เมาแล้วขับ ไม่พกใบอนุญาตขับขี่และอื่นๆ ที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งหมดด้วยเช่นกัน

สรุปแล้ว ประกันชั้น 2 เหมาะกับใครบ้าง?

หากดูจากค่าเบี้ยประกันที่ถูกกว่าชั้น 1 รวมถึงความคุ้มครองที่ได้แล้ว ต้องบอกว่าประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นเหมาะกับคนที่ขับรถในระยะทางที่ไม่ไกลมาก เช่น ขับในเมือง ขับไปทำงาน แต่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุบ่อย หากคุณใช้รถทุกวัน ขับในบริเวณถนนที่มีรถเยอะ แต่อยากจ่ายค่าเบี้ยประกันที่ถูกลง ก็สามารถเลือกทำประกันประเภทนี้ได้

ประกันรถยนต์ชั้น 3+

หากคุณมีรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป หรือมีรถยนต์ แต่ไม่ค่อยได้ใช้งาน การทำประกันรถยนต์ชั้น 3+ นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมีค่าเบี้ยประกันที่ไม่แพงให้ความคุ้มครองความเสียหายของรถในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชน ทั้งรถของเรา และรถของคู่กรณี ทั้งยังให้ค่ารักษาพยาบาลกับผู้เอาประกันและผู้โดยสารเหมือนกับประกันชั้น 2+ เลย

ประกันรถยนต์ชั้น 3+

ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 2+ เลย ดังนี้

  • ความเสียหายของรถผู้เอาประกันจากการขับรถชน
  • ความเสียหายรถคู่กรณี รวมถึงทรัพย์สิน และค่ารักษาพยาบาล
  • ค่ารักษาพยาบาลของผู้เอาประกัน และผู้โดยสาร โดยจะให้ความคุ้มครองเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 2+ 
  • ความรับผิดชอบผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ในกรณีที่เสียชีวิต สูญเสียมือ เท้า สายตา อย่างถาวร และการทุพพลภาพ
  • ค่าประกันตัวผู้เอาประกัน รวมถึงผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกัน

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง?

แม้ว่าประกันรถยนต์ชั้น 3+ จะให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 2+ แต่มีส่วนที่ไม่ให้ความคุ้มครองเช่นกัน โดยไม่คุ้มครองความเสียหายรถในกรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้ น้ำท่วม หรือรถสูญหาย

สรุปแล้ว ประกันชั้น 3+ เหมาะกับใครบ้าง?

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เหมาะสำหรับคนที่มีรถยนต์อายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป หรือไม่ค่อยได้ใช้งานรถยนต์ ให้ความคุ้มครองกรณีที่ขับรถชนเท่านั้น โดยจะให้ความคุ้มครองทั้งความเสียหายรถ ค่ารักษาพยาบาล ทั้งฝั่งของผู้เอาประกันและคู่กรณีเลย ช่วยให้สามารถขับขี่รถบนท้องถนนได้อุ่นใจมากยิ่งขึ้น!

ประกันรถยนต์ชั้น 3

ประกันรถยนต์ชั้น 3 ถือว่าเป็นประกันที่ราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับประกันรถยนต์ประเภทอื่นๆ เนื่องจากมีความคุ้มครองที่น้อยลงมา อีกทั้งยังเหมาะกับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี ซึ่งกรมธรรม์มักจะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุม แต่อาจมีข้อยกเว้นเพิ่มขึ้น heygoody สรุปรวบมาให้ได้อ่านกันตามนี้

ประกันรถยนต์ชั้น 3

ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง?

สำหรับใครที่มีรถคู่ใจ ใช้งานมานาน ประกันชั้น 3 เป็นตัวเลือกที่เหมาะมากๆ ความคุ้มครองอาจจะไม่ครอบคลุมเท่าประเภทอื่นๆ แต่มีข้อดีตรงที่เบี้ยประกันน้อยกว่า จ่ายง่าย สบายกระเป๋า หากต้องการความคุ้มครองอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถซื้อแผนประกันเสริมได้

  • คุ้มครองในกรณีมีทรัพย์สินเสียหาย แต่คุ้มครองแค่ในส่วนของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ
  • คุ้มครองชีวิตของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถยนต์
  • มีประกันอุบัติเหตุให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร คุ้มครองในกรณีที่ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือเสียชีวิต
  • มีทุนสำหรับประกันตัวผู้ขับขี่ในคดีอาญา

ประกันรถยนต์ชั้น 3 ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง?

หลายๆ คนอาจคิดว่าพอเป็นประกันรถยนต์ชั้น 3 แล้ว น่าจะไม่คุ้มครองมากมายเต็มไปหมด แต่จริงๆ แล้วประกันประเภทนี้ยกเว้นความคุ้มครองไม่เยอะอย่างที่คิด นอกจากการยกเว้นความคุ้มครองในส่วนที่ผู้ขับขี่ทำผิดกฎหมายและใช้รถในทางที่ผิดกฎหมายแล้ว จะมีเรื่องของทรัพย์สินของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่ามีหรือไม่มีคู่กรณี ไม่ว่าเป็นในอุบัติเหตุ ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ

สรุปแล้ว ประกันชั้น 3 เหมาะกับใครบ้าง?

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 เหมาะกับคนที่ใช้รถบ่อยๆ ทุกวัน ใช้ขับระยะทางที่ไม่ไกลมาก มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้บ่อย เป็นประกันที่เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติมให้กับคู่กรณีหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินภายนอก เพราะประกันประเภทนี้จะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเหมาะกับคนที่มีรถยนต์ที่อายุเกิน 15 ปี และไม่อยากจ่ายเบี้ยประกันเยอะ

สรุปประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3 ต่างกันยังไง?

ประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+,2,3+,3 ต่างกันยังไง

ถ้าให้ heygoody สรุปง่ายๆ เมื่อเปรียบเทียบประกันรถยนต์ทั้ง 5 ประเภทแล้ว จะพบว่ามีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปทั้งในส่วนของความคุ้มครองต่อทรัพย์สินและผู้ขับขี่ซึ่งเป็นผู้เอาประกัน และความคุ้มครองที่มีต่อทรัพย์สินและคู่กรณี

  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เหมาะสำหรับรถยนต์คันใหม่ หรือมีอายุไม่เกิน 5 ปี โดยให้ความคุ้มครองสูง ครอบคลุมทั้งผู้เอาประกัน คู่กรณีและทรัพย์สิน ถึงแม้มีราคาที่สูงกว่าประกันแบบอื่นๆ ก็ถือว่าคุ้มค่าและเหมาะกับคนที่ใช้รถเยอะ และเหมาะกับมือใหม่หัดขับด้วย
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 มากที่สุด แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะรถมีอายุมากกว่า 5 ปี โดยแตกต่างตรงที่ไม่ให้ความคุ้มครองการชนแบบไม่มีคู่กรณีเท่านั้น
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 เป็นประกันรถยนต์ที่มีราคาถูกลงมาหน่อย ได้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 แต่จะไม่มีการคุ้มครองในกรณีที่เกิดความเสียหายโดยไม่มีคู่กรณี และความเสียหายจากภัยธรรมชาติ
  • ประกันรถยนต์ชั้น 3+ เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยใช้งานรถยนต์ หรือมีรถยนต์อายุเกิน 10 ปีขึ้นไป โดยเน้นความคุ้มครองไปที่การขับรถชนแบบมีคู่กรณี ซึ่งให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งความเสียหายรถ และทรัพย์สิน ทั้งฝั่งของผู้เอาประกันและคู่กรณีเลย
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 มีข้อดีที่นำเด่นมาเลยคือ ราคาที่ไม่แพง แต่ไม่มีความคุ้มครองที่เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เอาประกันและทรัพย์สิน

รู้กันแบบนี้แล้วหวังว่าเหล่ากู๊ดดี้หลายๆ คนที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์เล่มแรกหรือกำลังจะต่อประกัน สามารถเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมกับตัวเองและการใช้รถได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าอยากเห็นความชัดเจนของประกันแต่ละบริษัท ก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ กับ heygoody ได้เลย เพราะสามารถเปรียบเทียบราคาประกันได้แบบเรียลไทม์ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ได้ง่ายๆ ซื้อแบบไม่ต้องผ่านคนกลาง ได้ราคาพิเศษ แถมยังผ่อนชำระได้ 0% สูงสุด 10 เดือนด้วยนะ แบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว!

แชร์
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
แชร์
แชร์
23 รางวัล
การันตีความสำเร็จ
จากเวทีระดับโลก
ดูรางวัลทั้งหมด
IDC Future Enterprise Awards 2025
Winner หมวดหมู่ Special Award for Digital Native Business
Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore
Silver หมวดหมู่ Best Financial & Investment Influencer Campaign
The Asian Banker
Winner หมวดหมู่ RETAIL FINANCE DIGITAL AND FRICTIONLESS AWARDS- Best Customer Experience Initiative – "Do Not Call" Policy
Digital CX Awards 2025
Winner หมวดหมู่ Outstanding Digital CX Transformation in insurance- Thailand
CX Asia 2025
Silver หมวดหมู่ Best use of CX Technology
ITC Asia Awards
Winner หมวดหมู่ C-Suit of the year
Insure Tech Connect Asia
Brokerage Breakthrough · Data
Analytics Master Awards - 2024
Global Retail Banking Innovation
Best Customer Centric Business Model - 2024
New York Festivals Awards 2024
Best Customer Centric Business Model - 2024
The Work 2024
Film/TV Craft · Film/Web Film · Culture · Work for Good · Branded Content+Entertainment - 2024
Thailand Influencer Awards 2024 by Tellscore
Best Financial & Investment Influencer Campaign - 2024
AdPeople Awards & Symposium 2024
•Silver หมวดหมู่ Craft
•Bronze หมวดหมู่ Craft
•Bronze หมวดหมู่ Film
Marketing Award of Thailand 2024
Silver -Brand Experience & Communication
ช่องทางการติดต่อ
เลขที่ใบอนุญาตประกันวินาศภัย ว00015/2556
เลขที่ใบอนุญาตเสนอขายประกันภัยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ อลว 015521000/2563 บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
เลขที่ใบอนุญาตประกันวินาศภัย
chevron-down