ตรวจสภาพรถ ตรอ. เตรียมตัวยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง

483 คน
แชร์
ตรวจสภาพรถ ตรอ. เตรียมตัวยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง

การตรวจสภาพรถยนต์และมอเตอร์ไซค์เป็นสิ่งที่เจ้าของรถต้องทำก่อนต่อภาษีรถยนต์ประจำปี เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญจากกรมขนส่งทางบก กำหนดให้รถทุกคันต้องผ่านการตรวจเช็คตามมาตรฐาน รถอายุน้อย 2-3 ปีไม่มีอะไรต้องห่วง ต่อภาษีได้อยู่แล้ว แต่รถอายุ 7 ปีขึ้นต้องเจอมาตรฐานเข้มงวดกว่าเดิม เพื่อให้เตรียมตัวได้ทัน วันนี้ heygoody ขอพาไปเจาะลึกการตรวจสภาพรถใช้เอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนยังไง และต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

รถอายุกี่ปีต้องเริ่มตรวจสภาพก่อนเสียภาษี

ตรวจสภาพรถ ตรอ. ตรวจได้ที่ไหน เสียเงินเท่าไหร่ ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ตามกฎหมายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กำหนดไว้ว่ารถยนต์อายุเกิน 7 ปี ตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก ต้องได้รับการตรวจสภาพรถก่อนไปยื่นชำระภาษีรถยนต์ประจำปี เป็นข้อกำหนดที่ช่วยกวดขันให้รถทุกคันพร้อมใช้งาน ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง เพราะอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์ส่วนใหญ่เริ่มเสื่อมสภาพในช่วงปีที่ 7 เป็นต้นไป บางจุดแค่ซ่อมนิดหน่อยก็ใช้ได้ หรือลงทุนเปลี่ยนของใหม่ไปเลยเพื่อช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคตได้

รถยนต์ทุกคันตรวจสภาพล่วงหน้าได้ 3 เดือน ก่อนถึงวันสิ้นอายุภาษีปีล่าสุด โดยมีรถทั้งหมด 4 ประเภทที่ต้องเข้ารับการตรวจ ดังนี้  

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน อายุ 7 ปีขึ้นไป
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน อายุ 7 ปีขึ้นไป
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลอายุ 7 ปีขึ้นไป
  • รถยนต์จักรยานยนต์อายุ 7 ปีขึ้นไป

ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ได้ที่ไหนบ้าง

สถานที่ตรวจเช็คสภาพรถถูกต้องตามกฎหมายมีอยู่ 2 ประเภท คือ

กรมการขนส่งทางบกใกล้บ้าน

กรมการขนส่งทุกแห่งมีจุดตรวจเช็คสภาพรถ ใช้เครื่องตรวจมาตรฐานสูงเช็คครบทุกอย่าง ส่วนใหญ่คนนิยมนำรถยนต์มีปัญหาต่าง ๆ ไปดำเนินการ เช่น รถขาดต่ออายุนานเกิน 1 ปี รถยนต์ดัดแปลงตัวถัง รถเปลี่ยนเครื่องยนต์ รถเปลี่ยนสีตัวถัง รถมีปัญหาเกี่ยวกับเอกสารติดรถ เป็นต้น

สถานตรวจสภาพรถ ตรอ.

สถานตรวจสภาพรถ หรือ ตรอ. เป็นที่ตรวจเอกชน ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกโดยตรง คนส่วนใหญ่เลือกตรวจกับ ตรอ. เพราะมีให้บริการทุกพื้นที่ โดยเฉพาะตามแหล่งชุมชนทั่วประเทศ บางแห่งมีบริการเสียภาษีและต่อ พรบ. รถยนต์ให้ด้วยแบบครบจบในครั้งเดียว มีค่าบริการเพิ่มเติมประมาณ 100-150 บาท เหมาะสำหรับคนบ้านไกลจากกรมการขนส่งทางบก

ลักษณะของรถที่สถานตรวจสภาพรถ ตรอ. ไม่รับตรวจ เช่น รถยนต์ขาดต่อทะเบียนเกิน 1 ปี รถผ่านการดัดแปลงตัวถังและเครื่องยนต์จนไม่เหลือเค้าโครงเดิม รหัสตัวถังและรหัสเครื่องยนต์ถูกขูดออก รถใช้งานไม่ได้ชั่วคราวและถาวร รถมีประวัติถูกโจรกรรม และรถใช้เลขทะเบียนรุ่นเก่า ทั้งหมดนี้ต้องตรวจสภาพกับทางกรมขนส่งทางบกเท่านั้น

ตรวจสภาพรถยนต์เช็คอะไรบ้าง

  • ตรวจสอบความถูกต้องระหว่างตัวรถและสมุดทะเบียนรถว่าตรงกันมั้ย เช่น ป้ายทะเบียน เลขตัวถัง เลขเครื่อง การดัดแปลงตัวรถ สีตัวถัง เป็นต้น
  • ตรวจสภาพโดยรวมของตัวรถ เช่น ตัวถัง อุปกรณ์ความปลอดภัย ที่ปัดน้ำฝน พวงมาลัย เป็นต้น
  • ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยวของพวงมาลัย และระบบเบรกว่าทำงานได้มาตรฐานมั้ย
  • ตรวจสอบความสว่างของโคมไฟคู่หน้า วัดค่าความเข้มของแสง และทิศทางการเบนของแสง
  • ตรวจวัดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) จากท่อไอเสีย เพื่อเช็คความสมบูรณ์ในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์
  • ตรวจความดังของท่อไอเสียต้องไม่เกิน 100 เดซิเบล
  • รถใช้แก๊ส LPG และ NGV ต้องผ่านการตรวจสอบระบบส่งแก๊สทุกปี (ท่อ ถัง และอุปกรณ์ต่าง ๆ) ทางสถานตรวจจะออกหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบคุมและเครื่องอุปกรณ์ให้กับเจ้าของรถเพื่อใช้ประกอบการต่อภาษี ในกรณีถังแก๊สทั้ง LPG และ NGV มีอายุครบ 10 ปีพอดี ต้องต่อใบอนุญาตใช้งานทุก 5 ปีตามกฎหมายใหม่

ตรวจเช็คสภาพรถใช้เอกสารอะไรบ้าง

  • สมุดทะเบียนรถหรือใบคู่มือจดทะเบียนรถพร้อมสำเนา 1 ชุด
  • หนังสือรับรองการตรวจและทดสอบส่วนควบคุมและเครื่องอุปกรณ์ หรือใบวิศวกรสำหรับรถยนต์ติดแก๊ส LPG และ NGV

ตรวจเช็คสภาพรถเสียเงินเท่าไหร่

  • รถยนต์มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม เสียคันละ 150 บาท
  • รถยนต์มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม เสียคันละ 250 บาท
  • รถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ เสียคันละ 60 บาท

กรณีตรวจสภาพไม่ผ่าน ต้องนำรถกลับไปแก้ไขให้ได้ตามมาตรฐานกับอู่หรือศูนย์บริการรถยนต์ ถ้าเอากลับมาตรวจใหม่ภายใน 15 วัน เสียค่าตรวจแค่ครึ่งเดียว แต่ถ้ากลับมาตรวจเกินเวลากำหนดต้องจ่ายค่าบริการเต็มจำนวน

ตรวจเช็คสภาพรถยนต์คือสิ่งพื้นฐานที่เจ้าของรถต้องทำ

ตรวจเช็คสภาพรถยนต์คือสิ่งพื้นฐานที่เจ้าของรถต้องทำ

รถทุกคันต้องผ่านการตรวจเช็คสภาพเป็นประจำ ไม่มีข้อยกเว้น ถ้าจงใจไม่ตรวจและไม่ต่อภาษี ผิดกฎหมายแน่นอน ต้องเสียค่าปรับรายเดือน มากสุดอาจถูกยกเลิกทะเบียนรถได้เลยทีเดียว ใครรู้ตัวว่าใกล้ถึงเวลาต่อภาษี อย่ารอช้ารีบจัดการล่วงหน้า 3 เดือนไปเลย พร้อมเลือกซื้อ พ.ร.บ. และต่อประกันรถยนต์ออนไลน์จากบริษัทชั้นนำกับ heygoody สะดวกรวดเร็ว เปรียบเทียบความคุ้มครองง่าย ๆ กดจ่ายปุ๊บคุ้มครองทันที มีผ่อน 0% ด้วยนะ สนใจกรมธรรม์แบบไหนติดต่อได้เลย

ที่มาของข้อมูล : กรมการขนส่งทางบก

แชร์
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
ไปเลือกประกันรถยนต์กัน!
แค่กรอกข้อมูลง่าย ๆ แล้วให้ heygoody เสนอแผนที่เหมาะกับคุณ
เช็คราคาเบี้ย
แชร์
แชร์
chevron-down